ในขณะที่ฉินเฉากำลังจะสังหารอสูรระดับต˹าขั้นกลางเหล่านี้ภายในกระบวนท่าเดียว เขาก็พลันขมวดคิ้วอย่างกะทันหัน พร้อมกับหันหน้าไปมองทางอื่นเขาเห็นปู้จิงเทียนที่กำลังวิ่งกลับมาทางนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ท่าทางแบบนั้น ดูเหมือนว่าเหล่าลูกน้องของเขาจะแยกย้ายกันหนีไปแล้ว เขาถึงได้วิ่งกลับมายังบริเวณผนึกคนเดียวด้วยความเสียหน้าแต่เมื่อเห็นฉินเฉาและฝูงวานรเผือกอยู่ที่นี่ เขาก็หน้าซีดขาวในทันที“ทะ ทำไมพวกมันถึงมีตั้งมากมายขนาดนั้นล่ะ……………..สวรรค์ปู้จิงเทียนผู้นี้จะต้องมาตายที่นี่งั้นเหรอ………..”แม่งเอ๊ย!ฉินเฉาอยากจะตะโกนคำว่า ‘มารดามันเถอะ!’ ออกมาจริงๆ ทำไมไอ้หมอนี่ถึงได้วิ่งกลับมาทางนี้อีกล่ะ?แบบนี้เขาก็ลงมืออย่างเต็มที่ไม่ได้แล้วน่ะสิ“ไอ้มนุษย์ผู้สวมควรตาย เตรียมตัวเตรียมใจกลายเป็นอาหารของพวกข้าซะเถอะ!”วานรเผือกร้องคำราม แล้วกระโจนเข้าใส่ทันที“วิชาท่องกระบี่!”ฉินเฉาทำอะไรไม่ถูก เขามีแต่จะต้องใช้วิชากระบี่เท่านั้นทันใดนั้นเอง กระบี่ของเขาก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ และหันไปยังทิศทางที่เหล่าวานรเผือกกำลังพุ่งเข้ามา ก่อนที่จะกลายเป็นเงากระบี่นับสิบเล่มที่พุ่งออกไปในชั่วพริบตาฟ้าว!ผืนทรายกระเด็นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทรายและเศษหินปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ คนธรรมดาจะต้องรู้สึกสับสนอย่างแน่นอน เพราะมองไม่เห็นอะไรในทรายนี้เลยเหล่าวานรเผือกก็เช่นกัน พวกมันต่างยกมือขึ้นป้องกันใบหน้า และโบกมือปัดป้องพายุทรายเหล่านี้“ไป