กๆ ดังเข้ามาในหูเสียงร้องนี้ดูโศกเศร้าและเจ็บปวดมาก อีกทั้งยังมีร่องรอยของความไม่พอใจอยู่ด้วย“พะ พวกเจ้าได้ยินกันไหม………..”ลิลลี่ตัวสั่นเทิ้มในทันที เธอเอ่ยถามออกมาด้วยความตกใจ “ดะ ดูเหมือนว่าจะมีเสียงร้องอยู่ด้วยนะ………..”“ได้ยินสิ มันน่าจะเป็นเสียงร้องของวิญญาณปีศาจที่อยู่ในหอคอยนั่นแหละ”อู๋ชิงเย่จ้องมองไปยังหอคอยสกัดกลั่นมารขนาดมหึมา “เห้อ ข้าเกลียดที่นี่จริงๆ พวกเรารีบไปกันเถอะ”“อืม ปราณปีศาจที่นี่หนาแน่นมาก…………”ตามความหมายโดยนัยของฉินเฉาก็คือ เป็นเพราะอิทธิพลของปราณปีศาจเหล่านี้ เขาจึงไม่สามารถตรวจจับได้ว่ามีคนอยู่ตรงไหน“มองหาต่อไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน………..หอคอยสกัดกลั่นมารแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากเลย…………”หอคอยแห่งนี้มีรัศมีเกือบ 20 เมตร อู๋ชิงเย่รู้สึกชื่นชมมันเล็กน้อย“ช่วยด้วย………..ช่วยข้าด้วย………..”แต่ในขณะนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็พลันวิ่งเข้ามา“ปู้จิงเทียนนี่!”ฉินเฉาจ้องมองด้วยความประหลาดใจ “หมอนี่วิ่งเข้ามาได้ยังไงน่ะ?”“ดูท่าทางเขาสิ ดูเหมือนว่าเขาจะเสียสติไปแล้วนะ…………..”อู๋ชิงเย่นั้นสายตาดีมาก เธอกล่าวถึงอาการของปู้จิงเทียนได้อย่างรวดเร็ว“ปู้จิงเทียน เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังปวดหัวกันอยู่นั้น ลิลลี่ก็เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา “ไม่ใช่ว่าเจ้าหนีไปแล้วเหรอ?”“ช่วยด้วย………..ช่วยด้วย………..”ปู้จิงเทียนตะโกนอยู่เพียงคำเดียวเท่านั้น ดวงตาของเขาดูเลื่อนลอยมาก“อันที่จริง ข้ากลับรู้สึกช