กมาทีละคำ“ประการที่สอง หากไม่ใช่เพราะว่าฉินซานช่วยเหลือเจ้าเอาไว้ ตอนนี้เจ้าก็คงจะเสียสติไปแล้ว ผู้อาวุโสปู้เป็นคนดีมาก เขาเป็นที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้าน ข้าคิดว่าลูกชายของเขา คงจะไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณคนหรอกใช่ไหม?”“เหอะ ไอ้หนุ่มหน้าขาวคนนี้จะช่วยข้าหรือไม่ได้ช่วย แล้วข้าจะไปรู้ได้ยังไง?”ปู้จิงเทียนพ่นลมหายใจออกมา“ปู้จิงเทียน ที่นี่คือหอคอยสกัดกลั่นมาร ถ้านายอยากรักษาชีวิตเอาไว้ ก็เก็บความอวดดีที่ไร้ค่านั่นออกไปซะ”ฉินเฉาไม่ชอบให้คนอื่นมาพูดจาไม่ดีใส่ผู้หญิงของเขา หากไม่ใช่เพราะต้องทำตัวเป็นมือใหม่ เขาก็คงจะต่อยหน้าไอ้หมอนี่ไปแล้ว“ถ้าเต็มใจที่จะอยู่ต่อก็ทำตัวดีๆ แล้วหุบปากเหม็นๆ นั่นไปซะ แต่ถ้าไม่เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ก็ไสหัวไป!”สิ้นเสียงนั้น กระบี่อันแวววาวเล่มหนึ่งก็ปักลงบนพื้นทันทีปู้จิงเทียนดูเชื่องไปถนัดตาท้ายที่สุดแล้วเขาก็อยู่ตัวคนเดียว เขาไม่สามารถเอาชนะทั้งสามคนนี้ได้อู๋ชิงเย่อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างมีความสุข แล้วส่งกระแสจิตกล่าวกับฉินเฉา“ฮิๆ ………ท่าทางในตอนที่เจ้าโกรธแทนข้า มันดูเท่มากจริงๆ”“เฮ้อ……..พวกเรารีบไปตามหาคนของสำนักเฟิงสุ่ยกันเถอะ”“อืม………….”