!”อู๋ชิงเย่กระทืบเท้าด้วยความโมโห“คนที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้ ให้ตามพวกเราเข้ามาในสำนักเฟิงสุ่ยเพื่อรับการทดสอบในรอบที่สอง”ศิษย์ชายของสำนักเฟิงสุ่ยเปิดปากพูดขึ้นมา“สำหรับคนที่ไม่ผ่านการทดสอบ เมื่อถึงเวลา สำนักเฟิงสุ่ยของพวกเราจะส่งพวกเขากลับไป”สิ้นเสียง เขาก็พลันโบกมือ กระบี่เล่มหนึ่งได้ลอยขึ้นมาจากแผ่นหลังของเขา แล้วหล่นลงบนพื้นในทันทีจู่ๆ กระบี่ที่ลอยล้อไปกับสายลมก็ยืดออกมา จนมีความยาวมากกว่าสิบเมตร หากจะให้คนนับสิบขึ้นไปยืนอยู่บนนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด“จะ จะขึ้นไปได้เหรอ………….”เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “หากพลาดตกลงไป……….จะทำยังไงล่ะ………..”“หากขี้ขลาดนักก็ไม่ต้องไป”ศิษย์ชายเอ่ยออกมาด้วยน˺าเสียงเย็นชา“ไปสิ จะไม่ไปได้ยังไงล่ะ………….”เด็กสาวคนนั้นผ่านรอบแรกแล้ว เธอจะพลาดการทดสอบรอบที่สองได้ยังไง?เธอรีบยกมือ พร้อมกับตะโกนขึ้นมาทันที“ขี้ขลาดชะมัด”ปู้จิงเทียนเบ้ปาก เขาก้าวเท้าขึ้นไปยืนอยู่บนนั้น แล้วหันมากล่าวกับลิลลี่“ลิลลี่ หากเจ้ากลัว ข้าจะคอยจับเจ้าเอาไว้ให้เอง”“ไม่จำเป็นหรอก ข้าไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย”ลิลลี่โบกมือ พร้อมทั้งขยับไปยืนข้างๆ อู๋ชิงเย่ “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็ยังมีฉินซานอยู่ด้วย หากมีอะไรเกิดขึ้น เขาก็จะเป็นคนคอยดูแลข้าเองนั่นแหละ”เชี่ย เมื่อกี้นี้เธอยังบอกว่าจะคอยดูแลอู๋ชิงเย่อยู่เลย ไหงตอนนี้เปลี่ยนคำพูดซะแล้วล่ะ?ใบหน้าเล็กๆ ของอู๋ชิงเย่พลันซีดเผือดทว่าคว