ีบจนแทบจะเป็นบ้า
เมื่อเผชิญกับข้อเรียกร้องของหานชิงอวี่ เขากลัวว่าเจ้านายจะตัดสินใจอะไรที่ไม่มีเหตุผล
อย่างที่คาดไว้ไม่ผิด หลังจากที่เฝิงเว๋ยได้ฟังคำพูดของหานชิงอวี่แล้ว เขาก็หัวเราะอย่าง แล้วเย็นชาพูดกับอีกฝ่ายว่า
“หานชิงอวี่ นายถือหลักฐานแค่นี้ไว้ในมือมาหลายปีแล้วใช่ไหม?”
“หรือว่าเพิ่งดูข่าวแล้วคิดว่าจะฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังลำบากอยู่กันล่ะ?”
“หรือนายคิดว่า การที่นายวิ่งแจ้นมาที่บริษัทของเราแล้วจะทำให้พวกเรารีบยุติเรื่องด้วยการจ่ายเงินประนีประนอมงั้นเหรอ?”
เฝิงเว๋ยพูดไปพลางมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก
“ฉันขอถามหาน เทคโนโลยีหน่อยแล้วกัน พวกนายคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้บริษัทเฝิงของเราควรจะทำอย่างไรดี?”
แม้ว่าเฝิงเว๋ยจะพยายามทำให้หานชิงอวี่ลำบากใจ แต่แพทย์หนุ่มกลับไม่ได้รับผลกระทบจากเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาเปิดปากพูดอย่างเป็นลำดับชัดเจนว่า
“ข้อเรียกร้องของหาน เทคโนโลยีนั้นง่ายมาก มีสองข้อหลัก ๆ”
“ประการแรก นำยาที่ลอกเลียนแบบสิทธิบัตรของหาน เทคโนโลยีออกจากตลาด”
“ประการที่สอง ให้บริษัทเฝิงขอโทษหาน เทคโนโลยีต่อหน้าสาธารณชน!”
หานชิงอวี่พูดอย่างชอบธรรมแต่กลับถูกเฝิงเว๋ยเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานี
เขามองเพดานแล้วหัวเราะเสียงดัง
“หานชิงอวี่ ฉันว่าเมื่อคืนนายคงดื่มเหล้ามากไปแน่ ๆ”
“เงื่อนไขแบบนี้ นายคิดว่าฉันจะยอมรับเหรอ?”
“โดยเฉพาะข้อสองที่ให้บริษัทเฝิงขอโทษพวกนายต่อหน้าสาธารณชน ถ้า