เซียวเหว่ยอยากจะร้องไห้ออกมาเหลือเกิน แต่เขาคิดว่า เขาคือผู้อาวุโสอันดับหนึ่งของสำนักไท่ยีผู้แสนสง่างาม การร้องไห้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรดังนั้นชายคนนี้จึงกล˺ากลืนฝืนทนต่อความคับแค้นใจ แล้วลุกขึ้นยืน ถลึงตาจ้องมองฉินเฉา พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวออกมาว่า“เจ้า เจ้าบังอาจทำลายอาร์ติแฟคของข้า เจ้าทำความผิดบาปอะไรลงไป!”“เฮ้ ตาแก่คนนี้พูดจาได้น่าหัวเราะจริงๆ”หลังจากที่ปลดปล่อยกระบวนท่าอันยิ่งใหญ่ออกไป ฉินเฉาก็ถอนจิตมารผสานร่าง แล้วยืนกอดอก จ้องมองเซียวเหว่ยที่อยู่อีกด้านหนึ่ง“ชีวิตของคนอื่น แกฆ่าฟันได้ตามใจชอบ แต่ไม่ยอมให้คนอื่นมาทำลายอาร์ติแฟคของแกงั้นเหรอ?”“แน่นอนอยู่แล้ว ข้าพากเพียรฝึกฝนอาร์ติแฟคของข้ามาตั้งหลายพันปี กว่าจะเก็บรวบรวมดวงวิญญาณร้ายได้ 999,999 ดวง แล้วจะเอาชีวิตของพวกเจ้ามาเทียบกันได้ยังไง!”“ไร้สาระ!”ฉินเฉาตวาดออกมาด้วยความโกรธ “ไม่ว่าสมบัติของแกจะดีแค่ไหน มันก็เป็นได้แค่ของพังๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่ในสายตาของแก ของพังๆ นั่นกลับมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิตคน! ดีมาก ในเมื่อแกรักสมบัติของแกมากขนาดนั้น ฉันก็จะปล่อยให้แกไปอยู่กับมัน”เมื่อพูดจบ ฉินเฉาก็ยกฝ่ามือขึ้นไปทางเซียวเหว่ยพลังจิตเริ่มทำงาน หลังจากที่ฉินเฉาสวมเกราะเก้ามังกร เขาก็เข้าสู่ขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้าระดับสุดท้าย ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเซียวเหว่ย ผู้ที่อยู่ในขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้าระดับกลางไม่รู้กี่เท่าพลังจิตที่เริ่มทำ