ีและรีบรุดมาถึงที่นี่เมื่อได้เห็นว่าซูม่อลงไปกลิ้งอยู่บนพื้น โดยที่กุมข้อมือเปื้อนเลือดไปด้วย เจียงเฉิน เจ้าสำนักของสำนักไท่ยีคนปัจจุบันก็ตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที“เกิดอะไรขึ้น! มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!”เขาเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นร่างที่ยืนอยู่อีกด้าน คือฉินเฉาที่กำลังยิ้มแย้ม ความคับแค้นใจก็แล่นผ่านเข้ามา“ฉินเฉา เจ้ามารังแกสำนักไท่ยีของข้างั้นเหรอ!”“พูดแบบนั้นได้ที่ไหน? ฉินเฉาคนนี้ก็แค่แวะเวียนมาเยี่ยมเท่านั้นจะบอกว่ารังแกมันก็เกินไปหน่อย ผู้อาวุโสซูของพวกนายต่างหาก พอออกมาก็ลงไม้ลงมือกับฉันอย่างโหดเหี้ยม ดีนะที่ฉันฝึกฝนเรื่องการรับมือกับเจ้ามือบ่อนอยู่หลายครั้ง ก็เลยตอบโต้ผู้อาวุโสซูของพวกนายได้”รับมือกับเจ้ามือบ่อน?ไอ้เวรนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ!เจียงเฉินหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม เขาพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักไท่ยีอีกคนหนึ่ง ยื่นมือมาวางบนข้อมือของซูม่อ และห้ามเลือดให้ก่อน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมากล่าวว่า“ประมุขฉิน ไม่ว่าจะพูดยังไง สำนักไท่ยีของพวกเราก็ยังมีความสัมพันธ์ที่จะต้องร่วมมือกับเจ้า การที่เจ้าทำแบบนี้ ไม่ใช่ว่าทำเกินเหตุไปหน่อยเหรอ?”“ฉันน่ะเหรอที่ทำเกินเหตุ? ฉันทำเกินเหตุที่ไหน?”ฉินเฉากล่าวเย้ย “ถ้าไม่ใช่เพราะพื้นฐานการฝึกตนของฉันในตอนนี้สูงขึ้นมาหน่อย ฉันก็เกรงว่าคงจะถูกผู้อาวุโสซูของพวกนายบดขยี้จนกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว ถ้าหากว่าเป็นแบบนั้น พวกนายจะยังคิดว่าทำเกินเหต