“อามิตตาพุทธ…………”หลวงจีนหัวล้านรูปหนึ่ง ผู้แต่งกายด้วยสีเหลืองทองทั้งตัวกล่าวขึ้นมา“ตอนนี้พวกเราทำอย่างที่กุนซือพูดเอาไว้จะดีกว่า กำจัดประมุขของนิกายหลัวซาและช่วงชิงวิญญาณกระบี่ของเขา”กุนซือ?ฉินเฉาพลันขมวดคิ้วมุ่นทันทีเจ้านั่นแทรกซึมเข้าไปในศาลาปราบเซียนเชียวเหรอ?เชี่ย เขาประเมินไอ้เวรนั่นต˹าเกินไปจริงๆ!“ใช่ ปู้ต้งฝอกล่าวได้ถูกต้องแล้ว หากชิงวิญญาณกระบี่ของกระบี่ฟ้ามาแบ่งเป็นแปดส่วน เขตระดับของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกขั้นเมื่อเวลานั้นมาถึง หากพวกเราแปดคนร่วมมือกัน แม้อีกฝ่ายจะอยู่ในระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ก็ย่อมไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป”พยัคฆ์มังกรเต้าเหรินที่กำลังเหยียบอยู่บนเมฆมงคลพยักหน้ากล่าวเสริมขึ้นมา“พวกเจ้าเชื่อใจชายที่สวมหน้ากากตัวตลกคนนั้นกันเหรอ?”ในขณะนั้นเอง ชายร่างท้วมในอาภรณ์สีเขียวเอ่ยปากขึ้นมา “ข้าว่าเจ้านั่นดูมืดมนเกินไป จะต้องมีเจตนาไม่ดีอยู่แน่”“อ่าวหวัง เจ้าจะขี้ระแวงเกินไปแล้ว”ชายท่าทางมืดมน ที่สวมใส่อาภรณ์สีดำหัวเราะเสียงประหลาด“เจี๊ยะๆๆ ข้าก็เป็นคนมืดมนไม่ใช่หรือไง เจี๊ยะๆๆ …………..แต่ข้าก็ไม่ใช่คนดีจริงๆ นั่นแหละ…………….”“เซียนกระบี่มาร เจ้าอย่าได้พูดมาก ข้าเองก็คิดว่าข้อสงสัยของอ่าวหวังนั้นมีเหตุผล”นางเซียนจื่ออีกล่าวว่า “มารฝัน เจ้าเจออะไรหรือเปล่า?”“ไม่เลย”ชายผู้สวมชุดเกราะสีดำกล่าวด้วยน˺าเสียงเย็นชา “กระบี่หัวใจมารของข้าเข้าใกล้เขาในระยะครึ่งเมตรไม่ได้ หากเข้าไปใกล้