ะไรนะ?”
“คุณ… นี่คุณไปโรงแรมกับผู้ชายคนอื่นเมื่อสองวันที่ผ่านมางั้นเหรอ?!”
คราวนี้เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งไปข้าง ๆ แล้วจ้องหลินเหม่ยเสวี่ยด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ตัวเขาเองจะเจ้าชู้ แต่ถ้าจะพูดตามความจริงแล้ว หลินเหม่ยเสวี่ยก็เป็นผู้หญิงที่มีหน้ามีตา ทั้งยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากผู้คนส่วนใหญ่ในโลกนี้
ไม่เช่นนั้นเฝิงเว๋ยคงไม่นำเรื่องอุปกรณ์มาข่มขู่เธอ หลังจากที่ได้สืบจนรู้จักตัวตนของหลินเหม่ยเสวี่ยแล้ว
แม้ว่าปกติเสี้ยวจ้านอีจะเคยชินกับการพาภรรยาออกไปข้างนอก แต่เขาก็รู้สึกว่าตนเองได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาทุกครั้ง
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ตาบอด ที่จะไม่รู้ว่าภรรยาของเขานั้นสวย
แต่ก็แค่นั้นเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลินเหม่ยเสวี่ยอยู่ในฐานะเครื่องประดับของเสี้ยวจ้านอีเท่านั้น
แม้ว่าในชีวิตประจำวันเขาจะเย็นชาต่อเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อได้ยินว่าภรรยาตนไปโรงแรมกับผู้ชายอื่น เขาก็ถึงกับผุดลุกขึ้นนั่งจากเตียงทันที
ในเวลานี้ใบหน้าของหลินเหม่ยเสวี่ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เธอรีบอธิบายว่า
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคุณสามี ฉันไม่เคยมีอะไรกับเขาเลย!”
ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเสี้ยวจ้านอียังคงเย็นชาราวกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย
เขาจ้องมองหลินเหม่ยเสวี่ย ก่อนจะกดเสียงต่ำเอ่ยออกมา
“ยังไงก็ไม่ได้!”
“ต่อไปอย่าพูดเรื่องนี้กับคนนอกอีกเป็นอันขาด ได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า!”
เมื่อฟังจบ หลินเหม่ยเสวี่ยได้แต่พยักหน้ารับอ