ถึงแม้ว่าเหลียวซาซาจะเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่เธอได้ยินบางอย่างจากคำพูดของอันชิงเป่ยอิง“ช่วยฉัน?”เหลียวซาซากระพริบตา “แล้วเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ของฉันล่ะ?”“ขอโทษด้วยค่ะ คุณหนู”อันชิงเป่ยอิงส่ายหน้า ใบหน้าของเธอฉายชัดถึงความรู้สึกผิด “ฉันพาคุณออกไปได้แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น”“ไม่ได้นะ!”เหลียวซาซากล่าวแย้งอันชิงเป่ยอิงทันที “ฉันมากับพวกเขา ฉันก็จะต้องกลับไปพร้อมกับพวกเขา”“คุณหนู แต่การทำแบบนั้นมันจะเป็นเรื่องที่อันตรายมาก”อันชิงเป่ยอิงผงะไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเหลียวซาซาจะพูดแบบนี้เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ คนที่เหลียวซาซาเป็นห่วงที่สุด สมควรที่จะเป็นตัวเองถึงจะถูกต้องอันชิงเป่ยอิงไม่รู้เลยว่า เมื่อก่อนเหลียวซาซาก็เคยเป็นแบบนั้นแต่หลังจากที่เธอได้มารู้จักกับฉินเฉา ปัญหาเหล่านี้ของคุณหนูอย่างเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในที่สุดมีเพียงแค่ความทะนงตัวเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป“คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงคนอื่นหรอกค่ะ รัฐบาลจีนพร้อมที่จะช่วยเหลือพวกเขาอยู่แล้ว”อันชิงเป่ยอิงกล่าวออกมา “แต่สำหรับคุณมันต่างกัน คุณเป็นคุณหนูตระกูลเหลียว และยังเป็นเพื่อนของท่านผู้นำตระกูลด้วย…………..”อันชิงเป่ยอิงคิดที่จะบอกว่า เป็นผู้หญิงของท่านผู้นำตระกูลแต่เมื่อมาลองคิดอีกที เธอก็กลืนคำพูดนั้นลงไปเธอยอมรับก็ได้ว่าเธอกำลังรู้สึกอิจฉาอยู่ลึกๆ“แล้วยังไง?”เหลียวซาซากล่าวอย่างดื้อดึง “นับต