“อะไรนะ!”ถานไห่หันหน้าไปมองผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งที่สุดในศาลากระบี่ด้วยความตกใจ“โม่เทียนหยา ทำในสิ่งที่เจ้าอยากทำเถอะ”หลี่เจิ้นกล่าวออกมา “ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรในตอนนี้ มันก็ล้วนมีเหตุผลทั้งนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นก็ตาม”“ครับ…..”โม่เทียนหยาจ้องมองศิษย์พี่ของตนด้วยสายตาเย็นชา“ศิษย์พี่ ข้าขอกล่าวตามตรง….. ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานานมากแล้ว….. แต่ข้าก็ไม่อยากให้เวลานี้มาถึงเช่นกัน”เขาจ้องมองเฉินชิง แล้วกล่าวว่า “ข้าหวังว่าท่านจะยังคงเป็นศิษย์พี่ที่แสนดีของข้า ดังนั้นอย่าได้บังคับข้าเลย ท่านตัดใจจากตำแหน่งเจ้าสำนักเถิด”“ศิษย์น้องโม่ เจ้าล้มเลิกความคิดนี้ไปจะเป็นการดีที่สุด”เฉินชิงนั้นราวกับสายลมและเมฆหมอกบาง ๆ เธอยังคงยืนนิ่ง และกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย “ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เจ้าจะต้องสูญเสียไปมันอาจจะเป็นชีวิตของเจ้าก็ได้”“ดูเหมือนว่าศิษย์พี่จะดื้อรั้นไม่น้อย”น˺าเสียงของโม่เทียนหยาเริ่มเย็นชามากขึ้น “อย่าได้มาตำหนิว่าข้าไม่เกรงใจท่านล่ะ”สิ้นเสียง เขาได้โบกมือทันที“ฮ่าห์!”ศิษย์ของเขาซูซานที่อยู่ในห้องโถงใหญ่เปล่งเสียงออกมาโดยพร้อมเพรียงกันจากนั้นกระบี่ทุกเล่มก็พลันเปล่งแสงขึ้นดูเหมือนว่าพวกเขาพร้อมที่จะลงมือแล้ว“พวกเจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!”ซู่เฟิงเหรินจ้องมองศิษย์พี่ศิษย์น้องเหล่านี้ แล้วตะโกนออกมา “นี่คืออาจารย์อาของพวกเจ้านะ ปกติอาจารย์อาไม่เอาใส่ใจพวกเจ้าหรือไง ถึงได้หันกลับมาเผชิ