ายจนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้น และลอยอยู่เหนือศีรษะของศิษย์เหล่านั้น ปราณกระบี่ของมันน่าสะพรึงกลัวมาก“ใครใช้ให้เจ้ากล้าดูหมิ่นท่านป้าของข้ากันล่ะ? อย่าหาว่าข้าเป็นคนโหดเหี้ยมเลย”“นะ นี่มันพลังอะไรกัน!”“สวรรค์ เขตระดับของเธอก้าวหน้าขึ้นมากถึงขนาดนี้ได้ยังไง!”ในเวลานี้ ศิษย์ทุกคนพลันก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่รู้ตัว“ขั้นกายทองคำ!”โม่เทียนหยาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นมัน เนื่องจากเฉินหยูไม่กล้าแสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ และยังยั้งมือเอาไว้ โม่เทียนหยาจึงพบว่าเธอมีพลังอยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่ 2 หรือ 3 เท่านั้น“เจ้าฝึกตนมาจนถึงขั้นนี้แล้วเหรอ?”เฉินหยูไม่พูดอะไร โชคดีที่เธอไม่ได้แสดงพลังในขั้นประกายแสงออกไป ไม่อย่างนั้นวันนี้คงจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่“เฉินหยู ถอยออกมาก่อน”เฉินชิงจ้องหลานสาวของตัวเองพื้นฐานการฝึกตนของเฉินหยูก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?“ท่านป้า…..”“ข้าบอกให้เจ้ากลับมาก็กลับมาสิ”สายตาของเฉินชิงเริ่มฉายแววดุดันขึ้นเล็กน้อยฝ่ายเฉินหยูไม่กล้าพูดอะไรมาก เธอเกรงกลัวท่านป้าของเธอเข้ากระดูกดำดังนั้นเธอจึงสลายกระบี่เงาเหล่านั้น แล้วถอยหลังกลับมาแต่โดยดี“ศิษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้าคิดกับข้า เฉินชิงคนนี้ยังไง”เฉินชิงก้าวออกไปสองก้าว เธอยืนอยู่กลางห้องโถง แล้วกล่าวกับศิษย์ของเขาซูซานเหล่านั้น“แต่ที่ข้า เฉินชิงมายืนอยู่ที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อที่จะมารับตำแหน่งเจ้าสำนัก หา