้กัน ซวนหยวนอิงจี๋ได้กล่าวกับฉินเฉาผ่านทางกระแสจิต “ในศาลาปราบเซียนมีคนอยู่ทั้งหมดแปดคน พวกเขาจะมีเพียงแค่แปดคนเสมอ และจะไม่เพิ่มจำนวนคนไปมากกว่านี้ แต่ละคนจะรับศิษย์เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนกระบี่ที่อยู่ในมือของโหวจื่อซู ที่จริงแล้วมันคือกระบี่พยัคฆ์มังกรจำลอง ที่มีพลังเพียงหนึ่งในสิบ”“เป็นแบบนี้เอง…..”ฉินเฉาพยักหน้ารับ ศาลาปราบเซียนเป็นสถานที่ที่น่าสนใจจริง ๆมีกันแค่แปดคนและไม่เคยเปลี่ยนแปลงซะด้วย“โปรดให้คำชี้แนะด้วย”โหวจื่อซูยังคงความสุภาพเอาไว้ หลังจากที่กล่าวเช่นนั้น เขาก็ขว้างกระบี่ออกไปทันทีกระบี่ในมือของเขาได้กลายร่างเป็นมังกรทอง มันทะยานไปรอบห้องโถงแห่งนี้ ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ฉินเฉา“มังกรประกายแสง!”โหวจื่อซูตะโกนออกมาเสียงดังลั่น มังกรทองได้กระโจนเข้าใส่ฉินเฉา ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปพลังของมันช่างรุนแรงมากฉินเฉาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ รู้สึกได้ถึงพลังเซียนอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาปะทะใบหน้าได้ทันทีนี่คือพลังของเซียนทองคำแม่เจ้า ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงศิษย์ของพยัคฆ์มังกรเต้าเหรินแต่พลังของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังอยู่ในระดับเดียวกับหานหยู่เจ๋ออีกด้วยหากฉินเฉาไม่ได้สวมเกราะเก้ามังกรเพื่อเสริมพลัง เขาก็คงไม่อาจที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะด้านหลังของเขาไม่ได้มีสุดยอดบอดี้การ์ดอยู่ด้วยหรอกเหรอ?ตูม!ในชั่วพริบตาที่มังกรทอ