จะมีชีวิตรอดกลับไป พวกเจ้าช่างโหดเหี้ยมและอวดดีเหลือเกิน!”“คำพูดนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ”ฮัวเหนียงคลี่ยิ้มออกมา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ “หากมีคนในนิกายของข้าตายไป แล้วอีกฝ่ายบอกว่าเป็นคนของสำนักไท่ยี ข้าก็ควรที่จะเชื่อว่าเป็นฝีมือของสำนักไท่ยีใช่มั้ย?”“ไร้สาระ คนของนิกายหลัวซาตายไป แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักไท่ยีของพวกเรา?”เจียงเฉินถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างน่าสะพรึงกลัว“งั้นคนของสำนักไท่ยีตายไป แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับนิกายหลัวซาของพวกเราล่ะ?”แต่ฮัวเหนียงไม่กลัว อีกทั้งยังยิ้มแย้มออกมาแทน“เจ้า…..”เจียงเฉินสำลัก เขาพูดอะไรไม่ออกจนเกือบจะกัดลิ้นของตัวเอง“อสูรงูตัวน้อย ช่างเข้าใจพูดนัก”ถังหยินจ้องมองฮัวเหนียง “ถึงพูดไปก็เปล่าประโยชน์ ให้ข้าดูหน่อยเถอะว่าฝีมือของเจ้าจะดีสักแค่ไหน”สิ้นเสียง เขาก็ยื่นมือออกไปทางฮัวเหนียงทันทีเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่อยู่ห่างกันหลายเมตร แต่ฝ่ามือของเขากลับมาอยู่ตรงหน้าฮัวเหนียงได้ภายในเสี้ยววินาทีถึงแม้ว่าคนในสำนักไท่ยีจะเชี่ยวชาญในเรื่องการสกัดกลั่น แต่ฝีมือการต่อสู้ก็นับว่าไม่เลวเช่นกันแต่ฝ่ายฮัวเหนียงนั้นไม่ใช่คนอ่อนแอ เธอสะบัดแขนเสื้อข้างซ้ายของตัวเองทันที“กำแพงผนึก!”แขนเสื้อม่านหมอกเมฆาหลากสีนั้นขยายตัวจนสามารถบดบังร่างกายของฮัวเหนียงได้ แขนเสื้อดังกล่าวได้ป้องกันฝ่ามือของถังหยินเอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีตูม!เมื่อฝ่ามือของถังหยินปะทะเข้าใส