ต้นไม้ที่อยู่รอบ ๆ นั้นมีเกล็ดหิมะสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วทุกที่ ภาพที่เห็นนี้ช่างสวยงามอย่างน่าประหลาดใจแต่ในตอนนี้ คนสองคนที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางหิมะกลับไม่มีอารมณ์มามองดูวิวทิวทัศน์ที่อยู่รอบ ๆหิมะในเขตชานเมืองนั้นหนามาก จนสามารถสัมผัสกับข้อเท้าได้แต่ทั้งฉินเฉาและเซียวพ่านต่างก็เป็นยอดฝีมือในโลกของผู้ฝึกตนเมื่อทั้งคู่เหยียบย่างกายลงบนหิมะ ก็สามารถยกร่างกายขึ้นมาได้ด้วยพลังของตัวเอง จึงไม่จมลงไปในพื้นหิมะนั้นฤดูหนาวในเวลานี้จึงทำได้เพียงแค่กระจายตัวอยู่รอบ ๆ ข้อเท้าเท่านั้นตอนที่ฉินเฉายังเป็นเด็ก หน้าหนาวของมหาวิทยาลัยทางเหนือนั้นมีหิมะหนาขึ้นมาจนถึงเอวแต่น่าเสียดาย หลังจากที่หน้าหนาวในครั้งนั้นได้ผ่านพ้นไป หิมะในฤดูหนาวก็ยิ่งเบาบางลงไปเรื่อย ๆ“เจ้าเป็นคนของสำนักไหนกัน?”เซียวพ่านก้าวเดินอยู่บนหิมะ พลางจ้องมองชายตรงหน้าที่ไม่อาจตรวจสอบความลึกล˺าของระดับได้ จึงเอ่ยถามออกมา “ทำไมข้าถึงได้มองความลึกล˺าของเขตระดับของเจ้าไม่ออกเลย?”“หึ ๆ ฉันไม่ได้เปลี่ยนชื่อ ไม่ได้เปลี่ยนแซ่”ฉินเฉาเอามือไขว้หลัง แล้วเอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมาว่า “ฉันคือประมุขของนิกายหลัวซา ฉินเฉา”“น่าแปลก…..”เซียวพ่านยกมือขึ้นมาเกาศีรษะ “ข้ารู้สึกคุ้นหูกับชื่อนี้เหลือเกิน…..ยิ่งไปกว่านั้น นิกายหลัวซา นิกายหลัวซา คุ้นจริง ๆ … ข้าเคยไปได้ยินที่ไหนมานะ?”สำนักไท่ยีก็ยังได้ยินชื่อนิกายของเขางั้นเหรอ?“เจ้าหนุ่มฉิน ดูเหมือนว่าตอนนี้