นายหรอก”“ท่านเซียน ท่านเซียนรีบมาช่วยพวกเราเถอะครับ….. เพี๊ยะ เพี๊ยะเพี๊ยะ! … โอ๊ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว…..”“ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน”เซียวพ่านยักไหล่อย่างจนปัญญา “นี่เป็นวิชาที่แปลกมาก… ดูเหมือนว่าจะเป็นวิชาที่ใช้เสียงในการควบคุม ข้าไม่เชี่ยวชาญในวิชาประเภทนี้เสียด้วย ยกเว้นแต่ว่าพวกเจ้าจะอยากถูกมัดรวมกัน”“มะ ไม่เอานะครับ!”ชายที่สะพายกระเป๋าสีดำและคนอื่น ๆ ต่างพากันตกใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้นถูกมัดมันจะไปดีได้ยังไง? นั่นไม่เท่ากับว่ายอมแพ้หรอกเหรอ?พวกเขาจะต้องอดทนเอาไว้หลังจากที่ปล้นเงินมาได้แล้ว ก็โยนยัยป้าตัวน้อยคนนี้ไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง เท่านี้เรื่องก็จบลงแล้วหลังจากนั้นไม่นาน ผู้จัดการก็ยกกระเป๋าหนังงูทั้งสองใบกลับมา“แม่งเอ๊ย ทำไมถึงได้ช้าขนาดนี้!”ชายที่ไว้หนวดเคราโมโหเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีที่ระบายอารมณ์เขาจึงตะคอกใส่ผู้จัดการ “แกอยากตายหรือไง! เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!…..”“มะ ไม่ใช่นะครับ….. เงิน เงินมันมีมากเกินไป… ผมก็เลยรีบไม่ได้…..”ผู้จัดการมองกระบอกปืนที่ชี้เข้ามา ก็รีบทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นไปทั้งร่าง “คะ คุณอย่าชี้ปืนมาทางนี้สิ ระวังปืนมันจะลั่น…..”“แม่งเอ๊ย บิดาอยากจะฆ่าคน……”ชายที่ไว้หนวดเครายังไม่ทันจะได้กล่าวจนจบประโยค ทันใดนั้นประตูหน้าธนาคารก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างกะทันหันจากนั้นชายผู้สวมเสื้อโค้ตกันลมสีดำคนหนึ่ง ก็เดินเข้ามาจากหน้าประตูอย่า