น? ราคาน˺ามันคืออะไรกันล่ะ?”เซียวพ่านเกาหัวด้วยความงุนงง“โอ้ มันคือเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของอาร์ติแฟคชนิดนี้น่ะครับ”ชายที่สะพายกระเป๋าสีดำนั้นตอบอย่างชาญฉลาด “มันก็คล้ายกับพลังลมปราณที่ท่านได้พูดถึงไปเมื่อกี้”“อย่างนั้นเหรอ”เซียวพ่านพยักหน้า พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ “กระตุ้นอาร์ติแฟคให้เร็วขึ้นอีกสิ เร็วขึ้นอีก เร็วขึ้นอีก!”ชายที่ใส่ห่วงบนจมูกไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เขาเหยียบคันเร่งและปล่อยให้เครื่องยนต์เริ่มทำงาน“ว้าว! เคลื่อนที่ได้จริง ๆ ด้วย ช่างน่าทึ่งจริง ๆ!”เซียวพ่านโน้มตัวเข้าไปชิดกระจกรถจนใบหน้าของเขาบี้แบน และมองวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอก“ไอ้งั่งเอ๊ย…..”ชายไว้หนวดเคราที่นั่งอยู่ด้านหน้า เอ่ยต่อว่าออกมาในที่สุดชายที่สะพายกระเป๋าสีดำกังวลใจทันทีแต่เห็นได้ชัดว่าเซียวพ่านไม่รู้ว่า ไอ้งั่ง นั้นหมายความว่าอะไร เขามองดูวิวทิวทัศน์ที่อยู่นอกกระจกรถต่อไปด้วยความตื่นตาตื่นใจชายที่สะพายกระเป๋าสีดำจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในขณะเดียวกันก็ชกกำปั้นเข้าใส่ชายที่ไว้หนวดเคราจากด้านหลัง ซึ่งนั่นหมายความว่า อย่าทำให้เขาทำเรื่องเลวร้ายกับบิดาจะได้มั้ย!ทั้งสามคนนิ่งเงียบไม่พูดอะไรไปตลอดทาง แต่เซียวพ่านนั้นยังคงศึกษาแหล่งพลังงานของรถยนต์คันนี้ต่อไปด้วยความตื่นเต้นเขาต้องการที่จะขับรถด้วยตัวเองเช่นกัน แต่เมื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งสามคนแล้ว ชายที่สะพายกระเป๋า