หากไม่ให้ลูกน้องทาน ก็คาดว่าคงจะกลายเป็นขยะยินเหยียนเผิงคนนี้เป็นคนที่ฟุ่มเฟือยมากคนหนึ่ง“นางเซียนทั้งสอง อาหารถูกปากหรือไม่?”หลังจากที่ทานอาหารเข้าไปได้สักพัก ยินเหยียนเผิงที่ทนไม่ได้อีกต่อไปก็วางตะเกียบลง และเอ่ยถามพวกเธอ“ใช้ได้เลยค่ะ ท่านเจ้าเมืองน้อยเอาใจใส่พวกเราจริง ๆ”ซูเฟยกล่าวออกมา“หึ ๆ อย่าเรียกข้าว่าเจ้าเมืองน้อยเลย เพราะหลังจากนี้ ยินเหยียนเผิงผู้นี้ก็จะไม่ได้เป็นอย่างคำเรียกนั้นอีกต่อไปแล้ว”ยินเหยียนเผิงยิ้มออกมา “ที่จริงแล้วข้าก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างนางเซียนทั้งสองท่านอยู่ในนิกายหลัวซาก็ดีอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องเข้ามาแทรกแซงเมืองไท่กู่?”ซูเฟยกับฮัวเหนียงหันมามองหน้ากัน อีกฝ่ายกำลังจะเริ่มแล้ว“นี่เป็นคำสั่งจากท่านประมุขของพวกเรา”ซูเฟยกล่าวออกมา “ท่านประมุขได้สั่งการให้มายึดครองเมืองไท่กู่แห่งนี้ จากที่วิเคราะห์ดูแล้ว มันเป็นเพราะว่าจ้าวเหวินเยว่ เจ้าเมืองไท่กู่คนเก่าได้พ่ายแพ้ให้กับท่านประมุขของพวกเรา ดังนั้นจึงไปตำหนิท่านประมุขในเรื่องนี้ไม่ได้ พูดได้เพียงแค่ว่าเจ้าเมืองจ้าวมีความสามารถด้อยกว่าเท่านั้น”มือที่กำลังจับแก้วของยินเหยียนเผิงออกแรงบีบแน่นขึ้นเขาพยายามควบคุมตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ที่จะไม่ทำลายแก้วสุรามารดามันเถอะ นังผู้หญิงสองคนนี้มันจะเกินไปแล้วรอให้พวกเธอล้มลงเมื่อไหร่ เขาจะสั่งให้ลูกน้องมาจัดการซะถึงเขาจะทำเองไม่ได้ แต่ก็จะไม่ยอมปล่อยพวกเธอไปแน่“ข้าไม่รู้ว่านา