งเซียนทั้งสองรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”ยินเหยียนเผิงระงับอารมณ์ของตัวเอง และกล่าวต่อไปว่า “เหตุผลที่เมืองไท่กู่ของพวกเรายืนหยัดมาได้เป็นพัน ๆ ปี ก็เพราะว่าพวกเราวางตัวเป็นกลางอยู่เสมอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่รู้ว่ามีสำนักจำนวนมากมายเท่าไหร่ ที่ต้องการเข้ามาแทรกแซงเมืองของพวกเรา แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องหายไปเสมอ หากนิกายหลัวซาต้องการที่จะเข้ามาแทรกแซง ข้าเกรงว่า…..มันจะกลายเป็นปัญหาที่ไม่รู้จบในอนาคต”ซูเฟยใช้นิ้วดันลงไปบนสันจมูกอย่างไม่รู้ตัวสายตาของเธอฟื้นฟูเป็นปกติมานานแล้ว และเธอก็ถอดแว่นออกไปแล้วเช่นกัน แต่นิสัยนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม“เรื่องนี้คุณชายไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ประการแรก นิกายหลัวซาของพวกเราไม่เคยเกรงกลัวปัญหาใด ๆ และเมืองไท่กู่ก็ไม่ได้จะเข้าร่วมกับกองกำลังไหน เพียงแค่จะเปลี่ยนเจ้าเมืองเป็นคนใหม่เท่านั้น สิ่งที่คุณกำลังกังวลอยู่มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย”“นางเซียนทั้งสอง พวกเราจะไม่ปิดบังเอาไว้อีกแล้ว”ความอดทนสุดท้ายของยินเหยียนเผิงขาดผึง “พ่อบุญธรรมของข้าแก่ชรามากแล้ว ความคิดของเขาจึงเริ่มเลอะเลือน พวกเราจะมอบเมืองไท่กู่แห่งนี้ให้กับคนนอกได้ยังไง?”“ดูเหมือนว่าคุณชายไม่ได้คิดที่จะส่งมอบเมืองไท่กู่ให้กับพวกเรา”สีหน้าของซูเฟยพลันเย็นชาขึ้นมา“หึ ๆ ไม่รู้ว่ามีผู้คนมากมายเท่าไหร่ที่มีความคิดเช่นนี้ แต่พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเมืองไท่กู่จนหมดสิ้น”“จ้าวเหวินเยว่ เจ้าเมืองไท่กู่ได้ยอม