รับนิกายกลัวซาแล้ว แต่คุณคิดที่จะต่อต้านคำสั่งของเขางั้นเหรอ?”“ข้าบอกแล้วไงว่า พ่อบุญธรรมของข้าแก่ชรามากแล้ว ความคิดก็เลยเกิดเลอะเลือนขึ้นมา”ยินเหยียนเผิงจิบสุราในแก้วอย่างช้า ๆ “พวกเราทุ่มเทดูแลเมืองไท่กู่แห่งนี้มานาน จู่ ๆ จะมอบมันให้กับคนนอกได้ยังไง? ดังนั้นข้าขอแนะนำท่านทั้งสองเอาไว้ ว่าให้กลับไปยังนิกายหลัวซาของพวกท่านแต่โดยดี อย่าได้ยื่นมือเข้ามายุ่งกับเมืองไท่กู่ของข้าอีก”“โอ้? ….. ถ้าเกิดว่าฉันไม่ฟังคำแนะนำนั้นล่ะ?”ซูเฟยเอ่ยถาม“หึ ๆ ถ้าหากคนแซ่ยินผู้นี้พูดดี ๆ แล้วยังไม่ฟังกัน งั้นก็อย่าได้ตำหนิที่คนแซ่ยินจะเลือดขึ้นหน้าโดยไม่ไว้หน้าใครเลย”“คนแซ่ยิน? งั้นฉันก็เป็นมนุษย์หยวนโหม่วได้เหมือนกัน”ซูเฟยหันไปมองยินเหยียนเผิง “สุราคำนับไม่ยอมดื่ม กลับจะดื่มสุราทัณฑ์ ฉัน ซูเฟยจะมาครองเมืองไท่กู่ในวันนี้ นายจะมาหยุดฉันเอาไว้ได้ยังไง?”“งั้นข้าก็จะป่าวประกาศความตายของเจ้าออกไปเท่านั้น”สีหน้าของยินเหยียนเผิงดูโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที “เกรงว่าพวกเจ้าคงจะยังไม่รู้ตัว ว่าในศาลารสสวรรค์แห่งนี้มีธูปหอมมึนเมาวางเอาไว้ธูปหอมชนิดนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่เมื่อมันเข้าสู่ลมหายใจของพวกเจ้ามันก็จะสลายพลังลมปราณทันที”“ที่แท้นายก็วางแผนเอาไว้อยู่แล้ว”ซูเฟยพยักหน้า “ฉันว่าแล้วว่าทำไมนายถึงได้ดูใจดีนัก ทั้งพาพวกเราไปเยี่ยมชมเมืองไท่กู่ แล้วยังเชิญพวกเรามาทานอาหารเย็นด้วยกัน”“ฮ่า ๆ ๆ ถึงมาคิดได้ในตอนนี้ มันก็