กศิษย์คนอื่น ๆ ไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันไปเถอะ”ฉินเฉาปรบมือ ก่อนที่จะกล่าวออกมาหลังจากที่ได้ยินท่านประมุขของตนกล่าวแบบนั้น ศิษย์ในสำนักก็แยกย้ายกันไปในทันที ในไม่ช้าสนามแห่งนี้ก็หลงเหลือเพียงแค่ฉินเฉากับหุ่นเชิดปีศาจของเขาเท่านั้น“ซูเฟย ฉันติดหนี้นัดเดตกับเธออยู่นะ”ฉินเฉาจับมือซูเฟยเอาไว้ แล้วกล่าวออกมา“นายยังจำได้อีกเหรอ?”ซูเฟยกระพริบตามองฉินเฉา“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะลืมมันไปได้ยังไงล่ะ?”ฉินเฉายิ้มออกมา“ฉันคิดว่านายจะลืมไปแล้วซะอีก แต่ละวันมีเรื่องยุ่งถึงขนาดนั้นแล้วช่วงนี้ก็ยังมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายอีก”ซูเฟยกล่าว “แต่คงจะต้องติดหนี้เอาไว้ก่อน เพราะฉันจะต้องไปเตรียมตัวกับพี่สาวฮัว เพื่อจัดการเรื่องเมืองไท่กู่ให้”ซูเฟยหันไปจ้องมองฮัวเหนียงที่อยู่ข้างกาย“น้องสาวซู เรียกข้าว่าฮัวเหนียงเถอะ”ฮัวเหนียงก้าวออกมายืนตรงหน้าซูเฟย เธอสวมชุดกระโปรงสีสันสดใส บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนเธอเป็นดั่งสายน˺าใสสะอาดที่มีสายลมในฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ผู้คนที่ได้เห็นเธอต่างอดไม่ได้ที่จะอยากเข้าไปชิดใกล้เธอช่างดูแตกต่างออกไปจากตอนที่อยู่บนยอดเขาหมอกมากในเวลานั้นฮัวเหนียงเฉยชาจนไม่ต่างอะไรไปจากเฉินชิงความเย็นชาได้กีดขวางไม่ให้คนแปลกหน้าผ่านเข้ามาแต่ตอนนี้ เธอกลับดูอ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิแม้แต่ผู้หญิงที่เข้มแข็งอย่างซูเฟยก็ยังยินดีที่ได้พูดคุยกับฮัวเหนียง“เอ่อ… ทำไมพี่สาวฮัวถึงได้ดูคุ้นหน้าคุ้น