เฉา!”เป่ยถังพั่วเทียนรีบกล่าวออกมา “แล้วเจ้าก็ยังเป็นประมุขของนิกายหลัวซา”“ใช่ ฉันคือประมุขของนิกายหลัวซาจริง ๆ”ฉินเฉายืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ “แล้วยังไงล่ะ?”“ในเมื่อเป็นประมุขของนิกายหลัวซา นั่นก็เท่ากับว่าเป็นแขกของยอดเขาหมอกของพวกเรา ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ที่ก่อนหน้านี้ข้าจำเจ้าไม่ได้ อย่าได้ตำหนิข้าเลย ได้โปรดเข้ามาข้างในก่อนเถอะ”เป่ยถังพั่วเทียนจำเป็นที่จะต้องวางความหยิ่งยโสของตัวเองลงไปก่อน “ในเมื่อเจ้าเป็นแขกของยอดเขาหมอก ก็ถือว่าเจ้าเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของพวกเราด้วยเช่นกัน ได้โปรดเข้ามา ได้โปรดเข้ามา…..”“ได้โปรดเข้ามางั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นตอนที่ฉันถามนาย ทำไมนายถึงบอกให้ฉันออกไปล่ะ?”ฉินเฉายังคงนิ่งอยู่กับที่ แล้วเอ่ยถามออกมา“เจ้าไม่ได้จะมาร่วมงานเลี้ยงของยอดเขาหมอกงั้นเหรอ?”เป่ยถังพั่วเทียนรีบเอ่ยถามขึ้นมา“ใช่ ฉันจะมาร่วมงานเลี้ยงของยอดเขาหมอกจริง ๆ”ฉินเฉาพยักหน้า “แต่ว่าฉันจะรู้ได้ยังไงว่าที่นี่คือยอดเขาหมอก?”“นับตั้งแต่ที่ยอดเขาหมอกได้ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 3,000 ปีก่อน มันก็อยู่ที่นี่มาโดยตลอด จะมีผู้ฝึกตนคนไหนบ้างที่ไม่รู้เรื่องนี้?”เป่ยถังพั่วเทียนรีบกล่าวออกมา“มันก็ไม่เสมอไปหรอก”ฉินเฉาเบ้ปาก “ถ้าหากว่าที่นี่คือยอดเขาหมอกจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นนายก็จะต้องเป็นศิษย์ของยอดเขาหมอก แล้วทำไมนายถึงไม่รู้จักฉันล่ะ?”“ก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจผิดไปเอง ประมุขฉินได้โปรดอย่าได้ตำหนิข้าเลย”เป่