เธอคือซูเฟย“หยุดนะ พวกนายหยุดเดี๋ยวนี้!”ทันทีที่เห็นว่าฉินเฉากำลังถูกรุมทำร้าย ซูเฟยก็รีบตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก“เฮ้ ขอแค่เธอยอมไปกินข้าวกับฉัน ฉันก็จะปล่อยแฟนของเธอไปว่ายังไงล่ะ?”ฟางหัวที่อยู่อีกด้านหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับฉีกยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ในเวลาเดียวกันเขาก็เอื้อมมือไปเชยคางซูเฟยด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความหยาบโลน“ไอ้เลว แกมันสารเลวที่สุด!”ซูเฟยโกรธมาก เธอยกเท้าข้างขวาที่สวมรองเท้าส้นสูงขึ้นมาเตะฟางหัว“โอ้?”ฟางหัวขยับตัวหลบเท้าของเธอด้วยความคล่องแคล่ว “สาวน้อยคนนี้ขี้โมโหจริง ๆ เอาล่ะ เธอจะให้ฉันอัดไอ้หมอนั่นให้เละ อัดมันจนกว่ามันจะพิการแบบนั้นสินะ?”“ไม่ได้นะ!”ซูเฟยตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก “ฟางหัว แกทำแบบนี้ แกจะฆ่าเขาหรือไง?”“ถึงจะฆ่ามันแล้วยังไงล่ะ?”ฟางหัวฉีกยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “พ่อบุญธรรมของฉันคือเฉินสี เพียงแค่เขาออกปากพูดไม่กี่คำ ถึงแม้ว่าจะมีใครมาเอาผิดฉัน แต่ฉันก็จะเป็นอิสระได้อยู่ดี เพราะว่าฉันคือคุณชายของตระกูลฟางผู้ยิ่งใหญ่ยังไงล่ะ! ว่ายังไง? ตอนนี้เธอคิดจะไปกินข้าวกับฉันได้หรือยัง?”“ฉะ ฉัน…..”ซูเฟยลังเลใจถ้าหากยังถูกทำร้ายแบบนี้ต่อไป แล้วเกิดอะไรขึ้นกับฉินเฉาขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?“อย่าไปตกลงกับมันนะ!”ฉินเฉาฝืนทนต่อความเจ็บปวดแล้วตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อซูเฟยได้ยินเสียงของเขา เธอก็ตกตะลึงทันทีแม้กระทั่งในตอนนี้ เขาก็ยังคงเป็นห่วงเธออยู่งั้นเหรอ?ทำไมเขาถึงได