ยฉกรรจ์เหมือนโดนสาปให้ร่างกายแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ไม่อาจขยับได้
คนรอบข้างก็ไม่ใช่คนโง่
พวกเขามองออกว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าไม่ได้กลัวการแจ้งตำรวจ เพราะอย่างไรก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าตำรวจจะเดินทางมาถึง
ระหว่างรอคอย หากต้องการทำอะไรจริง ๆ คงจะลงมือทำไปตั้งนานแล้ว
พวกเขาไม่ได้ยำเกรงต่อสิ่งใด เว้นแต่หญิงสาวตรงหน้าเท่านั้น!
เพียะ
เสียงฝ่ามือฟาดดังก้องอีกครั้ง
เพียงแต่คราวนี้ ฝ่ามือนั้นฟาดลงบนใบหน้าของชายหัวโล้นผู้เป็นหัวหน้า
ชายหัวโล้นถูกฝ่ามือฟาดจนใบหน้าบิดเบี้ยว ทว่าไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว
เพียงแต่เหลือบมองลั่วจือซินตรงหน้าด้วยสายตาเว้าวอน ก่อนจะอธิบายต่อไป
“หมอลั่ว แบบนี้มันไม่ยุติธรรมนี่ครับ”
“เราพลาดท่าทำร้ายคนของคุณเสียแล้ว แถมหมอหานยังมากีดกันเราไว้ ถ้าเรากลับไปแบบนี้คงไม่ดีแน่ ๆ ครับ”
ชายหัวโล้นมองลั่วจือซินตรงหน้า สลับกับหานชิงอวี่ข้าง ๆ ด้วยสายตาที่น่าสงสาร
ลั่วจือซินเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร
แต่กลับกวาดสายตามองหานชิงอวี่ แล้วพูดขึ้นอย่างขี้เล่น
“หมอหาน นายว่าเราควรทำอย่างไรดี?”
ทุกคนต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อได้ยินน้ำเสียงของลั่วจือซิน เพราะมันแตกต่างจากตอนที่อยู่ต่อหน้าชายหัวโล้นเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
น้ำเสียงที่เธอเปล่งออกมาในตอนนี้ เหมือนกับเด็กสาวขี้อ้อนคนหนึ่งเลย
“คือว่า…”
ผู้คนโดยรอบต่างมองหน้ากันไปมา สายตาที่มองหานชิงอวี่เต็มไปด้วยความอิจฉา
เดิมทีพวกเขาคิดว่า กา