้ว“ฉันบอกแล้วไง ว่านายไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันเป็นใคร”ร่างของเสี่ยวไป๋และหยวนเมิ่งปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนหลังคาบ้านของคนในพื้นที่“รู้เพียงแค่ว่าเวลาตายของนายมันอยู่อีกไม่ไกลก็พอ”“ข้าคาดเดาเวลาตายของตัวเองไม่ได้ แต่ข้ารู้เพียงแค่ว่าเวลาตายของพวกเจ้ามันใกล้จะมาถึงแล้ว”จอมมารอู๋จี๋หัวเราะออกมา “ข้าจะให้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้นถ้าหากพวกเจ้ายังไม่ไปซ่อนตัวอีกล่ะก็ สิ่งที่รอคอยพวกเจ้าอยู่ก็คือจุดจบดังเช่นหลวงจีนรูปนั้น”เขากล่าว พลางชี้ไปที่ศพของไต้ซือชิฝ่า“เดี๋ยวก่อน ข้ามีเรื่องที่จะต้องพูดกับเจ้า”ทันใดนั้นถานไห่ก็ยกมือขึ้นมา บ่งบอกว่าตนมีเรื่องจะพูด“ถานไห่? เจ้ายังชอบพูดมากอยู่เหมือนเดิมอีกเหรอ?”จอมมารอู๋จี๋อดกล่าวออกมาไม่ได้“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกมนี้”ถานไห่กล่าวว่า “จอมมารอู๋จี๋ ในเมื่อเจ้าบอกว่ามันเป็นเกม ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีผลแพ้ชนะใช่หรือไม่?”“โอ้? แพ้ชนะงั้นเหรอ?”จอมมารอู๋จี๋ยิ้มออกมา “ตราบใดที่ข้าสังหารพวกเจ้าให้ตายจนหมด นั่นก็แปลว่าข้าเป็นฝ่ายชนะ”“ดูเหมือนว่าจอมมารจะมีความมั่นใจมาก”ถานไห่แย้มรอยยิ้ม “ถ้าหากเป็นเกม มันก็มักจะต้องมีเวลาจำกัด”“แน่นอนว่ามันจะต้องมีอยู่แล้ว ใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน ข้าก็จะสามารถฆ่าพวกเจ้าจนครบทุกคน”“อืม พวกเราตกลงกับเวลาหนึ่งวัน”ถานไห่กล่าวว่า “ในหนึ่งวันนี้ ถ้าหากพวกเราสามารถหลบหนีจากการตามล่าของเจ้าได้ พวกเราก็จะเป็นฝ่ายชนะใช่หรือไม่?”“แน่นอน พวกเจ