นใจของตนคงถูกต้องแล้ว
หากบอกเรื่องที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ของเขาให้คนบูชาความรักอย่างหลินเหม่ยเสวี่ยรับรู้ เธอก็คงจะไม่เชื่อแน่ ๆ
ที่สำคัญ หลินเหม่ยเสวี่ยเพิ่งเจอกับเรื่องหนักหนาสาหัสมา หากได้รับผลกระทบจากเรื่องแบบนี้อีก…
หลังหานชิงอวี่ได้สติ เขาก็ยิ้มออกมา
“วางใจได้ ผมรับรองว่าคุณเสี้ยวจะไม่เป็นอะไรหรอก”
“หากคุณช่วยหาหมอคนอื่นมาตรวจอีกสักหน่อย บางทีอาการแบบนี้ของเขาอาจจะกำเริบน้อยลงก็ได้นะ”
หลินเหม่ยเสวี่ยพยักรับหน้าอย่างมึนงง ยังคิดไม่ตกกับคำพูดของหานชิงอวี่
แต่ทว่าในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง
“หมอหาน คุณอยู่ที่นี่เองเหรอคะ!”
หานชิงอวี่หันกลับไป ก็พบกับเจียงหลานหยวนที่ยืนโบกมือให้เขาอยู่ด้านหลัง
ข้าง ๆ เขานั้น เจียงหวู่ที่อยู่ในชุดคนไข้ กำลังยิ้มให้เขาอย่างรู้สึกขอบคุณ
เห็นได้ชัดว่าอาการของเจียงหวู่ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่แข็งแรงมากนัก
คงต้องพักฟื้นอีกสักระยะ ถึงจะกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม
หานชิงอวี่ยิ้มอย่างสุภาพให้กับเจียงหลานหยวนที่พยุงเจียงหวู่
“นี่คือ…”
เจียงหลานหยวนกระโดดโลดเต้นตรงเข้ามาหาหานชิงอวี่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“หมอหาน พี่ชายฉันจะกลับบ้านวันนี้แล้วค่ะ”
“ฉันกำลังจะไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้พี่ชายค่ะ”
หานชิงอวี่พยักหน้าพร้อมยิ้มอบอุ่นให้กับคนทั้งสอง
รอยยิ้มแบบนี้เขาฝึกมาอย่างดี เพื่อใช้รับมือกับคนไข้และญาติคนไข้
โดยปกติแล้ว เมื่อได้เห็นรอยยิ้มนี้ คนเหล่านั้นมั