เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้รับมอบหมายให้ทำการผ่าตัดใหญ่
ดังนั้น บุคคลที่หานชิงอวี่ผ่าตัด และต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาล น่าจะมีแค่เสี้ยวจ้านอีเท่านั้น
เป็นไปตามคาด เมื่อหานชิงอวี่ผลักประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วย เสี้ยวจ้านอีก็เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
แม้หานชิงอวี่จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังเดินไปที่ข้างเตียงของเสี้ยวจ้านอี เมื่อมองเห็นเขานอนอยู่บนเตียงราวกับหมดอาลัยตายอยาก ก็ถามขึ้นอย่างชำนาญว่า
“รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?”
หากเป็นเมื่อก่อน เสี้ยวจ้านอีคงมีหลากหลายวิธี ที่จะตอบคำถามเหล่านี้อย่างสง่างาม
แต่เวลานี้เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกาย เสี้ยวจ้านอีก็วางตัวสูงส่งต่อไปไม่ไหว
เขาตอบอย่างหมดแรง
“ก็งั้น ๆ ยังจะรู้สึกสบายได้อย่างไรล่ะ”
“การผ่าตัดแบบนี้ สิ่งที่รู้สึกไม่สบายที่สุดก็คือจิตใจนี่แหละ!”
หานชิงอวี่มองเสี้ยวจ้านอีอย่างช่วยไม่ได้ เดิมทีนึกว่าอีกฝ่ายจะต้องการคำปลอบโยนหลังจากที่ผ่าตัดใหญ่มา จึงตั้งใจจะพูดปลอบประโลมตามมารยาทสองสามประโยค แล้วก็จะรีบหนีจากตรงนี้ไป
“อันที่จริง ร่างกายของคุณผ่าตัดได้ราบรื่นมาก…”
“หลังจากนี้ คุณเพียงแค่ดูแลตัวเองให้ดี ก็น่าจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณหนึ่งเดือน”
“หากไม่มีอะไรผิดปกติ ผมก็ขอตัวก่อน”
หลังพูดจบ หานชิงอวี่ก็มองชายตรงหน้า
แต่ในจังหวะที่เขาจะก้าวขาเพื่อเดินจากไป เสี้ยวจ้านอีที่อยู่ด้านข้างก็ยกมือขึ้