งพลางขยี้บุหรี่ลงบนที่เขี่ยบุหรี่จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “เดินนำไปก่อนเลย พวกเราจะไปอาคารบริหารกัน”“ฉันต้องไปแผนกบุคคลก่อน นายไปก่อนเลย”ฉินหลิงส่ายหน้าราวกับกลองป๋องแป๋ง “โชคดีล่ะ”“ไม่ได้จะไปจุดประหารชีวิตสักหน่อย คุณกลัวจนหน้าซีดเชียว”ฉินเฉากล่าวก่อนที่จะหยิบเสื้อโค้ตและเดินออกจากห้องไป“พอนายไปถึง นายก็จะรู้เองว่ามันน่ากลัวขนาดไหน…..”ฉินหลิงห่อไหล่ด้วยความสยองขวัญ จากนั้นก็หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาและเดินออกไปจากสำนักงานรักษาความปลอดภัยอีกสองวันก็จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ แม่ของฉินเฉากล่าวว่าจะต้องพาซูจีกลับมาที่บ้านด้วยเขากำลังคิดถึงเรื่องกลับบ้านเกิดในขณะที่เดินผ่านสนามขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าเพื่อเดินเข้าไปในอาคารบริหารเขาเดินไปตามทางเดินและเห็นประตูห้องทำงานของซูเฟยอยู่ไกลๆมันเงียบมาก ดูเหมือนว่าฉินหลิงจะพูดเกินจริงไปหน่อย ทำให้เขาคิดว่าเขากำลังจะตกนรกจริง ๆดูเหมือนว่าซูเฟยคงจะใจเย็นลงแล้ว เธอจะโมโหอยู่ได้ยังไงเธอคงจะไม่รู้ว่าเขายุ่งขนาดไหนในการทำความเข้าใจชีวิตที่ยืนยาวเมื่อฉินเฉาคิดแบบนั้น เขาก็ฮัมเพลงเดินเข้าไปยังประตูห้องทำงานและกำลังคิดที่จะเคาะประตูแต่ทันใดนั้นเขาก็จำได้ว่าตอนที่เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างกะทันหันเขาก็ได้เห็นรูปร่างที่งดงามของซูเฟยเข้า จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีชีวิตชีวาแค่ก ๆ เธอเป็นพี่สะใภ้ของเขา คงจะไม่รังเกียจถ้าหากเขาไม่เคาะประตูเป็นคนในครอบครัวเดียวกันจ