ิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาสายตาของทุกคนหันไปจับจ้องที่เธอทันที พวกเขาคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้กล้าเข้าไปทำตามอำเภอใจในงานแต่งงานของจู่หลงซ่างเหริน“เจ้าเป็นใคร?”จู่หลงซ่างเหรินเองก็ได้กลอกดวงตาหันไปมอง และขมวดคิ้วเล็กน้อย“ฉันคือเสี่ยวไป๋ เป็นซุนเจ่อของนิกายหลัวซาค่ะ”ผู้หญิงคนนี้สวมเสื้อคลุมสีดำ รูปร่างหน้าตาของเธองดงามราวกับดอกไม้และดึงดูดความสนใจของผู้ชายมากมายให้หันมามอง“คนในนิกายหลัวซางั้นเหรอ?”ถึงจะเคยได้ยินมาว่านิกายหลัวซาได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่จู่หลงซ่างเหรินเพิ่งจะเคยเห็นศิษย์ในนิกายนี้เป็นครั้งแรก “นิกายที่แสนยิ่งใหญ่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นนิกายระดับสาม เจ้าสามารถพูดอะไรออกมาที่นี่ได้ด้วยเหรอ?”พรึบ!ทั้งโม่หลิงและคนในนิกายถูกกระตุ้นด้วยคำพูดเมื่อสักครู่นี้ พวกเขานำอาร์ติแฟคของตัวเองออกมาทันทีเมื่อพวกเขานำอาร์ติแฟคออกมา ศิษย์ในยอดเขาหมอกก็ตั้งตนเป็นศัตรูและเผยอาร์ติแฟคของตัวเองเช่นกัน“ช้าก่อน”เสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นมาห้ามปรามพวกเขา “พวกเรามาร่วมงานรื่นเริงอย่าได้สร้างความวุ่นวาย ได้โปรดเก็บอาร์ติแฟคไปด้วย”จากนั้นเธอจึงหันหน้ามาหาจู่หลงซ่างเหริน “จู่หลงซ่างเหริน วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน และฉันมาเพื่อแสดงความยินดี ท่านจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายผู้คนออกจากกันเหรอ?”“ไม่ใช่เช่นนั้น”จู่หลงซ่างเหรินลูบเคราของตัวเอง “สาวน้อย เจ้าอยากจะพูดอะไรล่ะ ชายชราผู้นี้จะมอบโอกาสให้