่ยถังป้าเทียนเองก็กําลังยุ่งกับเรื่องนี้อยู่เหรอ?” ไป๋เย่ที่ฟังอยู่นานอดเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้ “โอ้ เธอเป็นใครกัน?” “เธอคือน้องสาวของข้า ไป๋เย่ ครั้ งหนึ่งเธอก็เคยมาเยือนที่ยอดเขา หมอกกับข้า แต่หนานกงผู้นี้กําลังยุ่งอยู่กับการกลั่ นยาจึงไม่เคยพบกัน” “เป็นเช่นนี้เอง” หนานกงกล่าวหยอกล้ออย่างสดใส “ไม่คิดเลยว่าไป๋เจิ้ งผู้มีใบหน้า บ้าน ๆ จะมีน้องสาวหน้าตางดงามเสียได้ เป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน หรือว่า ตอนเจ้าออกมา เจ้าเอาหน้าลงพื้นมาก่อนล่ะ?” “…พวกเรามาลองกันสักตั ้ งเป็นไง เจ้าอยากจะเจอเพลงกระบี่ ราชสีห์ทองคําของข้ามั้ ย?” เส้นเลือดขึ ้นตามใบหน้าของไป๋เจิ้ ง “ฮ่า ๆ ๆ ไม่ดีกว่า เศษฟืนอย่างข้าจะไปสู้ไป๋เจิ้ งเจินเหรินอย่างเจ้า ได้ยังไง ไป ๆ ข้าจะพาเจ้าเข้าไป” แม้หนานกงจะชอบเล่นตลก แต่เหล่าผู้ฝึกตนก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้ น นั่ นทําให้ฉินเฉายิ่ งรู้สึกนับถือ เขาคิดว่าคนในยอดเขาหมอกแห่งนี้จะโหดร้ายและหยิ่ งผยองเสีย อีก “พวกเจ้ามาเยือนยอดเขาหมอกเป็นครั้ งแรก และตอนนี้ข้าก็กําลัง ว่างอยู่ ข้าจะบอกพวกเจ้าเกี่ยวกับที่นี่ให้ฟัง” หนานกงเดินนําไป๋เจิ้ งและเหล่าศิษย์พลางกล่าวออกมา “บนยอดเขาหมอกแห่งนี้มีอยู่ด้วยกันห้าตําหนัก แบ่งเป็นตําหนัก บูรพา ตําหนักทักษิณ ตําหนักประจิม และตําหนักอุดรที่ล้อมรอบ ตําหนักหมอกเอาไว้ตรงกลาง ในตําหนักหมอกคือที่พักอาศัยของ ปรมาจารย์ซึ่งเป็นคนจากตระกูลซวนหยวน” “ข้าไม่ได้เห็นคนจา