กตระกูลซวนหยวนมานานแล้ว” ไป๋เจิ้ งกล่าวด้วยอารมณ์ “นับวันตอนนี้อิทธิพลของตระกูลซวนหยวนยิงอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ่ ” กงหยวนเลี่ยงสลดไปครู่หนึ่ง “ตอนนี้ตระกูลตงฟางนั้ นแข็งแกร่ง มากและมีแนวโน้มที่จะขึ้นเป็นผู้นําของยอดเขาหมอก หากจะให้กล่าว ตามตรงนั ้ นหากไม่ใช่เพราะจู่หลงซ่างเหรินมีกองกําลังที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้อื่นก็คงจะไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้และหมั่ นฝึกฝนกันต่อไป” “ใช่แล้ว ช่วงนี้ชิงอีซ่างเหรินแห่งตระกูลหนานกงของเจ้าเป็นยังไง บ้าง” “ยังคงจําศีลอยู่” หนานกงเลี่ยงยกไหล่ “และไม่รู้ว่าเขาจะออกมาเมื่อไหร่ แต่ในวัน แต่งงานของจู่หลงซ่างเหรินเช่นนี้ยังไงก็ต้องออกมาแค่เพียงคนเดียว ไม่อย่างนั้ นจู่หลงซ่างเหรินต้องไม่ยอมแน่” “ดูเหมือนว่ายอดเขาหมอกจะไม่สงบเสียแล้ว” ไป๋เจิ้ งกล่าว “แน่นอนว่าสํานักเซียนทองคําของเจ้าก็คงจะเงียบสงบเช่นเดิม ใน บางครั ้ งข้ายังอยากแอบไปหายาอายุวัฒนะในสํานักของเจ้าเลย” “เจ้ายังคิดถึงเรื่องนี้อยู่อีก” ไป๋เจิ้ งรีบกล่าวว่า “สํานักเซียนทองคําไม่ได้มีสมบัติล�าค่ามากมาย อะไรที่จะให้เจ้าขุดหาหรอกนะ” “เฮ้ ข้าก็พูดไปเรื่อยเท่านั้ น ข้ายังไม่คิดล้มเลิกที่จะหาสมบัติในยอด เขาหมอกแห่งนี้หรอก” หนานกงหัวเราะอย่างสดใส ในระหว่างที่เดินอยู่กับหนานกงก็ได้พบผู้ฝึกตนมากมายตลอดทาง มีทั ้ งคนจากสํานักใหญ่และสํานักเล็กมากมาย ฉินเฉาเองก็ได้พบกับคนจากแปดสํานักและคนจากนิกายใน เส้นทางปีศาจทั ้ ง