ูดถึงอยู่นั้นเดินฝ่าหิมะมาอยู่ต่อหน้าทุกคนแล้วใบหน้าของชายคนนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราที่ยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของเขาได้ชัด ๆ สิ่งเดียวที่เปิดเผยออกมาคือนัยน์ตาที่ฉายแววของความขี้เกียจเขาสวมเสื้อคลุมสีดำและสวมแหวนที่มือข้างขวา นอกจากนี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรแล้วแต่ที่เอวของเขามีกระบี่สีขาวห้อยอยู่ ดูเหมือนว่ารับของมันจะไม่ต˹าจนเกินไปนักไป๋เย่อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เพราะผู้ฝึกตนมักจะถือกระบี่ของตัวเองเอาไว้เพื่อแสดงความเคารพ คนที่ห้อยกระบี่เอาไว้เช่นนี้คงจะเป็นคนขี้เกียจมาก นั่นทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกแย่อยู่ในใจโดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักการโกนหนวดเคราก็ยิ่งน่ารำคาญเข้าไปอีกไป๋เจิ้งไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก เขามองเพียงแค่ความแข็งแกร่งและทรงพลังของคนคนนี้เท่านั้น ทันใดนั้นนิ้วชี้และนิ้วกลางข้างขวาของเขาก็อยู่ติดชิดกันและโค้งคำนับให้คนตรงหน้าทันที“ข้าคือเจ้าสำนักไป๋เจิ้งแห่งสำนักเซียนทองคำ ไม่ทราบว่าสหายเต๋าผู้นี้มีชื่อว่าอะไร?”“เจ้าสำนักไป๋ผู้ยุติธรรม”เสียงของชายตรงหน้าค่อนข้างแหบแห้ง “ฉันชื่อฉินสือเอ้อ เป็นผู้ฝึกตนพเนจร อาจารย์ของฉันคือเต๋าฮ่าว จึงไม่มีสำนัก”“ที่แท้ก็เป็นฉินเจินเหริน”เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่มีสำนัก ไป๋เย่จึงยิ่งมองอีกฝ่ายน่ารังเกียจมากขึ้นไป๋เจิ้งยังคงพูดจาด้วยความสุภาพ “ไม่ทราบว่าฉินเจินเหรินมาพบพวกเรานั้นมีเรื่องอะไร?”“สิ่งนี้”ฉินสือเอ้อหยิบนกกร