เจินเหริน วันนี้พวกเราไม่มีอะไรต้องรีบร้อนอยู่แล้ว”“ดี ดี ประมุขไป๋จัดการได้เลย”ฉินสือเอ้อผู้นี้จึงเข้าร่วมขบวนของสำนักเซียนทองคำดูเหมือนว่าไป๋เย่จะคิดว่าฉินสือเอ้อเป็นโรคระบาด เธอเดินหนีออกไปอยู่ห่าง ๆไป๋เจิ้งมองน้องสาวก่อนจะส่ายหน้า“ฉินเจินเหริน ข้าขอแนะนำให้ท่านรู้จักเสียก่อน พวกเขาคือศิษย์ไม่ได้ความของข้า… ศิษย์เอก หลี่เหว่ยหลง ศิษย์รอง หวางเหล่ย ศิษย์คนที่สามชิวเฟิงหลาน ศิษย์คนที่สี่ เหอเจิ้นหยู่ และยังมีศิษย์น้องเล็กที่ใช้ไม่ได้มากที่สุด เหมยหย่า”เมื่อศิษย์น้องหญิงได้ฟังแบบนั้นเธอก็ทำหน้าบูดใส่ท่านอาจารย์“สวัสดี ๆ”ฉินสือเอ้อทักทายทุกคนด้วยความกระตือรือร้น มีเพียงชิวเฟิงหลานเท่านั้นที่พ่นลมออกทางจมูกและรีบเดินต่อไป“ส่วนนางคือน้องสาวของข้า ไป๋เย่”ไป๋เจิ้งทราบดีถึงอารมณ์ของศิษย์ทั้งสาม เขาจึงไม่ได้ตำหนิแล้วกล่าวแนะนำต่อไป“นางเซียนไป๋เจ้าอารมณ์จริง ๆ”“ทำให้ฉินเจินเหรินหัวเราะแล้ว”ไป๋เจิ้งดูอับอายเล็กน้อย“ไม่เลย ไม่เลย”ฉินสือเอ้อยิ้มออกมา “คนภูเขาอย่างฉันก็เหมาะสมแล้วที่จะถูกปฏิเสธ”เขาแอบคิดในใจ นี่เป็นการพิสูจน์ว่าเขาแสดงละครได้ดีหรือเปล่าแท้จริงแล้ว ฉินสือเอ้อก็คือฉินเฉาเพื่อที่จะปกปิดรูปร่างหน้าตา เขาตั้งใจโคจรลมปราณไปยังหนวดเครา เพื่อกระตุ้นให้มันยาวออกมามากขึ้นและไม่โกนมันออกเพื่อเป็นการปิดบังไม่ให้เห็นหน้าตาส่วนใหญ่ของเขาจุดมุ่งหมายนั้นคือการปะปนไปในยอดเขาหมอก“ฉินเจินเหริน ข