จริงเหรอ?”ซูจีไม่เชื่อ “ไม่ใช่ว่าถ้าฉันเป็นอะไรไปขึ้นมา นายก็จะเป็นอิสระและไม่มีใครมาคอยห้ามไม่ให้ไปหาสาวสวยในฮาเร็มของนายหรือไง”“ดูเหมือนว่าฉันก็คงจะเหมือนกับเฉินซื่อเหม่ย (จากเปาปุ้นจิ้น)”ฉินเฉากุมมือของซูจีเอาไว้ “สำหรับฉันแล้วยังไงเธอก็ยังเป็นที่หนึ่งเสมอ คราวหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกเลย ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเป็นอะไรไปเป็นอันขาด”“โอเค ๆ ถ้ามีนายอยู่ฉันจะไม่เป็นอะไรไปทั้งนั้น”ซูจีบีบนิ้วมือของฉินเฉา “มาดูกระดาษแผ่นนี้กันเถอะ ฉันไม่รู้ว่าสเกลตันต้องการทำอะไรกันแน่”“อืม งั้นฉันจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมา”ฉินเฉาหลับตาลงก่อนที่เขาจะเริ่มส่งกระแสจิตในไม่ช้า อากาศด้านในสำนักงานที่ถูกล็อกเอาไว้ก็เริ่มผันผวน และมีร่างสองร่างปรากฏตัวขึ้นมาเสี่ยวไป๋จับมือหลี่ฟ่านฟ่านออกมาจากช่องว่างในอากาศ ก่อนจะปรากฏตัวต่อหน้าฉินเฉาและซูจี“นายท่านฉิน ฉันพาหลี่ฟ่านฟ่านมาแล้ว”ในเวลานี้หลี่ฟ่านฟ่านสวมหูฟังขนาดใหญ่อยู่บนศีรษะ และถือข้าวโพดคั่วถุงหนึ่งเอาไว้ในมือ“เฮ้ ฉันกำลังดูฉากเข้าด้ายเข้าเข็มในหนังอยู่เลยนะ นายจะรีบเรียกฉันมาทำไมเนี่ย?”“สหายหลี่ฟ่านฟ่าน ฉันมีเรื่องที่ต้องรบกวนเธอให้ช่วยสักเล็กน้อย”ฉินเฉาส่งกระดาษแผ่นนั้นให้เธอ “นี่คือจดหมายที่สเกลตันส่งมาเธอช่วยดูให้หน่อยว่ามันมีมนต์ดำหรือกับดักอะไรอยู่บ้าง”“โอ้ ฉันขอดูหน่อย”หลี่ฟ่านฟ่านหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ ก่อนที่เธอจะแกะ