พัน จึงพูดขึ้นอย่างระวังว่า “เรา เราอย่าเอาชีวิตกันเลยนะ”“คุณป้า คุณวางใจได้ คุณจะไม่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวอย่างแน่นอน”ซื่อเจิ้งคังพูดอย่างมั่นใจ“เพื่อนของผมฆ่าเขาง่ายราวกับผ่าเค้ก ต่อให้มันตาย ตำรวจก็จะไม่หมายหัวเรา”“พูดราวกับว่านายทำสำเร็จไปแล้วอย่างงั้นแหละ”ฉินเฉาที่นั่งสูบบุหรี่อยู่หัวเราะเยาะออกมา“ชีวิตมนุษย์บางคนมันไม่มีค่า”ซื่อเจิ้งคังลูบมือตัวเองแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “และเมื่อเทียบกับฉันซื่อเจิ้งคัง พวกมันก็ไม่มีค่าให้กล่าวถึง”“เหมือนกันเลย เมื่อเทียบกับฉัน ฉินเฉา นาย ซื่อเจิ้งคังก็ไม่มีอะไรให้กล่าวถึง”“ฮึ่ม พวกเศรษฐีใหม่!”ซื่อเจิ้งคังเบ้ปากอย่างดูถูก “เศรษฐีใหม่อย่างพวกแกไม่เข้าใจถึงอำนาจที่แท้จริงของตระกูลใหญ่ของพวกเราหรอก!”“พี่ฉิน พี่ฉิน บะหมี่เผ็ดได้แล้วครับ!”ขณะที่คุยกัน เสียงตะโกนของหลิวชวนก็ดังมาจากนอกประตูจากนั้น เขาก็ถือชามบะหมี่เผ็ดร้อนๆ วิ่งเข้ามาและในตอนนี้เอง ชายในชุดคลุมยาวสีฟ้าก็ได้เดินเข้ามา ไหล่ของเขาชนเข้ากับร่างของหลิวชวนเพล้ง!ชามบะหมี่ของหลิวชวนพลันหลุดมือ ตกลงพื้นแตก“เฮ้ย หาเรื่องหรือไงวะ?”หลิวชวนเห็นบะหมี่ที่พี่ฉินสั่งตกแตกก็พลันอารมณ์เสียขึ้นมา“เดินไม่มีตาดูหรือไง”แต่ใครจะรู้ว่าคนในชุดคลุมยาวสีฟ้าไม่เพียงจะไม่ขอโทษ กลับกันเขากลับมองมาที่หลิวชวนอย่างเย็นชา แล้วพูดอย่างดูถูกว่า“ขยะ”หางคิ้วของหลิวชวนพลันชี้ชันทั่วทั้งภาคเหนือ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดกับหล