ตัวสั่นต่อให้ฉินเฉาจะร้ายกาจ ก็ไม่สามารถปัดป้องลูกดอกพวกนี้ได้!“โอ้!”ในตอนนี้เอง ที่ทางเข้า ก็ได้มีเสียงที่คุ้นหูฉินเฉาดังมาจากนั้น ชายที่เดินนำลูกน้องสองสามคนเข้ามา ก็ได้พูดสิ่งที่ชวนให้สับสนออกมา“พี่เสี่ยวหวัง ใครกันที่ทำให้คนจากตำหนักชิงหลงต้องขอความช่วยเหลือจากพวกฉันจนต้องมาที่นี่?”“ต้องรบกวนพี่ น่าอับอายจริงๆ”หวังซื่อรุ่ยลุกขึ้นจากเก้าอี้ พร้อมกับกุมหมัด “พอดีวันนี้มีหนูมาหาเรื่อง ต้องรบกวนคนของพี่แล้ว”“รบกวนอะไรกัน ทุกคนล้วนเป็นพวกเดียวกันทั้งนั้น”คนคนนั้นมองเข้ามาในกลุ่มคน “ให้ฉันดูหน่อยสิ ว่าใครกันที่มันกล้าหาเรื่องสองตำหนักของสมาคมต้าฉิน?”เมื่อเขามองดูดีๆ ทันใดนั้นก็เห็นฉินเฉาภายใต้แสงไฟเมื่อเห็นหนูที่หวังซื่อรุ่ยเรียก ทันใดนั้น เขาก็ขาอ่อนทรุดลงกับพื้น“พี่เป็นอะไร ลื่นเหรอ?”หวังซื่อรุ่ยรีบพูด“ฉัน ฉัน ฉัน… เชี่ย…..”กางสื่อขาสั่น “แก แกบ้าไปแล้วเหรอ! แกเรียกฉันมาตีใคร แกจะฆ่าฉันเหรอ!”“หึหึ กางสื่อ ไม่เจอกันนานนะ”ฉินเฉาเห็นชายคนนั้น ในใจก็พูดว่า เจ้านี่ช่างโชคไม่ดีจริงๆ แต่ละครั้งต้องถูกลากมาจัดการเรื่องของเขาอยู่เรื่อย“พี่รู้จักมันด้วยเหรอ?”หวังซื่อรุ่ยดึงปีกหมวกแล้วถามขึ้น“ยิ่งกว่ารู้จักอีก…..”กางสื่อที่ถูกลูกน้องสองคนพยุงแขนลุกขึ้น “แก แกรีบคุกเข่าขอโทษเดี๋ยวนี้ นี่คือนายท่านฉิน!”“อะไรนะ…..”ร่างของหวังซื่อรุ่ยพลันสั่นขึ้นมา “พี่จะบอกว่าเขาคือประธานสมาคมต้าฉิน นายท่านฉินอย