ื่อรุ่ยยกไม้เบสบอลขึ้น แล้วพูดว่า “พวกตำหนักไป๋หู่ ตอนนี้ฉันคือผู้อาวุโสที่สุด ถ้าพวกนายฟังฉัน พวกเราจะมีชะตาร่วมกัน! มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน! ถ้าใครฆ่าฉินเฉาได้ จะได้รางวัล 100,000!”คนตำหนักไป๋หู่ต่างมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดี“ตำหนักไป๋หู่และตำหนักชิงหลง ถ้ายังเชื่อฟังฉัน นายท่านฉิน ก็ให้ถอยไป ฉันจะไม่เอาเรื่องพวกนาย”ฉินเฉาที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟได้พูดออกมา ทำให้คนตำหนักไป๋หู่หลายคนลดหน้าไม้ลง พร้อมกับถอยไปอีกฝั่งแต่ยังเหลือบางคนที่เห็นแก่เงิน ยังคงยกหน้าไม้เล็งใส่ฉินเฉาอยู่คนของตำหนักชิงหลงก็ถอนตัวไปหลายคน เลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แม้ว่าฉินเฉาจะเป็นบอสใหญ่ของพวกเขา แต่เกือบทุกคนไม่เคยเห็นหน้าฉินเฉา ดังนั้นจึงไม่ได้มีความรู้สึกเป็นมิตรอะไรกับเขาแค่พวกเขาไม่เข้าร่วมด้วย ก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้วตอนนี้ ในมือของหวังซื่อรุ่ยเหลือคนของตำหนังชิงหลง 5 คนตำหนักไป๋หู่ 3 คนคนของตำหนักไป๋หู่ 3 คนเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่กว่า เพราะว่าในมือของพวกเขามีหน้าไม้ที่เล็งมาทางฉินเฉาอย่างมั่นคง“เห็นหรือยัง!”หวังซื่อรุ่ยเห็นยังมีลูกน้องหลายคนที่ฟังคำสั่งเขา ทันใดนั้นก็เผยรอยยิ้มพร้อมพูดกับฉินเฉา “นายท่านฉินเอ๊ยนายท่านฉิน แม้ว่าชื่อเสียงของนายจะยิ่งใหญ่ไปทั่วทั้งเขตภาคเหนือ แต่ว่าน่าเสียดาย ที่วันนี้ต้องมาตายอย่างหมาข้างถนนในเงื้อมมือของฉันคนนี้”“หวังซื่อรุ่ย”หลังจากที่ปลอบเสี่ยวจิงที่