ำลังซ่องสุมกำลังเตรียมศึกแท้ๆ ยังจะขลาดกลัวการปะทะกับเราอีกหรือ”
“เพราะกำลังเตรียมศึก พวกมันจึงยิ่งหวาดกลัวการปะทะ หากน้ำผึ้งหยดเดียวบานปลายจนข้าบันดาลโทสะ สั่งกองทัพเยี่ยนเหมินเคลื่อนพลใหญ่ออกด่านบดขยี้ จนแผนทำศึกของพวกมันพังพินาศ… โทษทัณฑ์นี้ผู้ใดจะแบกรับไหว”
จ้าวซวิ่นครุ่นคิดก่อนพยักหน้าช้าๆ “สมเหตุสมผล ชี่ตันและเทียนหยวนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ย่อมไม่รู้ว่าแผนสบคมคิดของพวกมันถูกพวกเรามองทะลุปรุโปร่งหมดสิ้น สิ่งเดียวที่พวกมันต้องทำยามนี้ คือปิดปากเงียบและซ่อนหางให้มิดชิดที่สุด”
“ก่อนพายุคลั่งจะพัดพา ท้องทะเลย่อมต้องการความสงบเงียบ”
“แต่หากพวกมันส่งเพียงชนชั้นสูงหรือขุนนางไม่กี่คนมาต้อนรับเล่า จะทำอย่างไร”
“ก็ไสหัวพวกมันกลับไป”
“หากหน้าด้านไม่ยอมไปเล่า”
“ก็เหยียบย่ำจนกว่าพวกมันจะคลานไสหัวไป”
จ้าวซวิ่นระเบิดหัวเราะก้อง ปรบมือชื่นชม “วาจาเด็ดขาดยิ่งนัก”
สำหรับเขาแล้ว ถ้อยคำของจ้าวหนิงมิได้กำเริบเสิบสานเกินจริง กองทัพเยี่ยนเหมินเหยียบย่างทุ่งหญ้า ย่อมต้องโอหังดุดันเป็นทุนเดิม
เขาปรายตามองท้ายขบวน เห็นทัพรัชทายาทต๋าต้านทิ้งห่างออกไปไกล ซ้ำยังไร้วี่แววจะเร่งม้าตามมา จ้าวซวิ่นจึงฉวยจังหวะเอ่ยถามข้