เฝิงซานรวบรวมสติ ฝืนยิ้มขื่นขม สุ้มเสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ย “ข้าเฝิงซานแม้ต้อยต่ำ ทว่าชั่วชีวิตที่ผ่านมาล้วนทระนงไม่ละอายแก่ใจ กล้าชี้ฟ้าดินว่าไม่เคยติดค้างผู้ใด… แต่ครั้นก้าวเข้าสู่ไร่นาตระกูลจ้าว ข้ากลับลดตัวเป็นเดรัจฉาน กระทำเรื่องบัดซบยิ่งกว่าสุนัขสุกร”
“ข้าลงมือสังหารคนที่เขื่อน พรากชีวิตผู้ยากไร้ที่ตรากตรำเฉกเช่นเดียวกัน ข้าติดค้างหนี้เลือดพวกเขา ยิ่งติดค้างครอบครัวเบื้องหลัง… หากสวรรค์เมตตา ขอคุณชายจ้าวโปรดนำหัวข้าไปเซ่นไหว้หน้าหลุมศพพวกเขาที”
“คุณชายจ้าว แม้ท่านสูงศักดิ์ทว่าหาใช่อันธพาลมั่งมีไร้คุณธรรม ตระกูลจ้าวเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ก่อนหน้าข้าเฝิงซานมืดบอดหลงผิดไปเอง… บัดนี้วาจาใดล้วนสายเกินกาล ข้ามิบังอาจร้องขอการอภัย ทว่าคำ ‘ขอขมา’ นี้ ข้าจำต้องเอื้อนเอ่ย”
“คุณชายจ้าว ข้าสั่งเสียครอบครัวและบุตรชายไว้แล้ว พระคุณที่ตระกูลจ้าวประทานที่พักพิง และความเมตตาที่คุณชายมีต่อพวกเรา พวกเขาจะใช้ทั้งชีวิตชดใช้ จารึกไว้ในใจตราบชั่วฟ้าดินสลาย”
สิ้นคำ หน้าผากเฝิงซานกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ชั่วอึดใจนั้น ชายฉกรรจ์ผู้เคยคลุ้มคลั่งเคียดแค้นชะตากรรมแร้นแค้นจนยอมมือเปื้อนเลือดเพื่อครอบครัว บัดนี้จิตสังหารมอดดับสิ้น หลงเ