มับ! ฉินเฉายื่นมือออกไปคว้าเอาขาของตี้ลิ่วที่เตะใส่หัวเขาเบาๆพร้อมกับบีบมัน“หือ!” ตี้ลิ่วที่คิดว่าลูกเตะของเขาจะจัดการฉินเฉาได้เหมือนกับคนก่อนๆ ไม่คิดเลยว่า สุดท้ายจะถูกรับไว้ได้ ยิ่งกว่านั้น ข้อเท้าของเขายังถูกจับไว้ราวกับถูกคีมหนีบ ขยับไม่ได้ แล้วยังมาถูกศัตรูออกแรงบีบอีกทำให้กระดูกของเขาราวกับจะแตกได้ทุกเมื่อ“มะ แก….ปล่อยนะ ปล่อยฉัน!”“มีวิชาอยู่แค่นี้ ยังกล้าออกมาหาเรื่อง?” ฉินเฉาฉีกยิ้ม จากนั้นก็เพิ่มแรงเข้าไปอีก“อ๊ากกก!” ตี้ลิ่วรู้สึกปวดกระดูกแปลบ ทนไม่ไหวจนต้องร้องออกมา เหล่าลูกน้องรอบๆ พากันกลัวจนหน้าซีดขาว มองไปที่ชายตรงหน้าด้วยความตกใจและความกลัว“อ้าปากหาพ่อแกเหรอ รีบมาช่วยฉันเร็ว!” ตี้ลิ่วเห็นลูกน้องปากอ้าตาค้าง ตกใจกลัว พลันทนไม่ไหวร้องตะโกนออกไป“ใช่ เร็ว รีบไปช่วยลูกพี่ลิ่ว!”“แก ปล่อยลูกพี่ลิ่ว!”“สับมัน!”นักเลงกลุ่มหนึ่งพลันฮือกันเข้ามา ต้องการสับฉินเฉา ฉวยโอกาสสร้างบุญคุณกับลูกพี่ลิ่ว“ทุกคนมาหลบอยู่หลังผม” หลัวหยูเฟิงรีบออกคำสั่งบอดี้การ์ด ให้จัดขบวนเป็นรูปสามเหลี่ยมโดยมีฉินเฉาอยู่ตรงหน้า กันทุกคนไว้ตรงกลาง แม้เขาจะไม่กลัวคนพวกนี้ เพราะในสายตาเขา นักเลงพวกนี้เป็นได้เพียงขยะ แต่นักเลงพวกนี้มีกันเยอะ เขากลัวว่ามันจะทำอันตรายคนอื่นๆเพราะว่าข้างหลังเขามีหลินหลินและพวก และยังมีคนที่ได้รับบาดเจ็บอีก ดังนั้น การปกป้องพวกเขาเป็นเรื่องสำคัญแต่หลัวเจิ้นเทียนกลับถอดเสื้อโค้ตออก พ