ั้นก็พูดกับพ่อตัวเองหลัวเจิ้นเทียนมองมาที่พวกเขา จากนั้นก็ขมวดคิ้ว“หลินหลิน ห่างๆ กันหน่อย ถ้าให้พี่ใหญ่ซุนของเธอเห็น มันจะไม่ดี”“พ่อ!” หลัวชิงหลินเรียกพ่อของเธออย่างไม่พอใจ “หนูและพี่ใหญ่ซุนไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่ามาพูดอย่างนี้อีก ยิ่งกว่านั้น พี่ใหญ่ซุนยังมีแฟนอีกแล้วด้วย ถ้าพี่ซุนเหยียนได้ยินเข้า เธอจะไม่พอใจอย่างแน่นอน”“ซุนเหยียน แม้ว่าเธอจะเป็นคนดี แต่น่าสงสารที่เธอตาบอด แล้วยังมาคบกับพี่ใหญ่ซุนของเธออีก”เมื่อฉินเฉาได้ฟัง ก็คิดถึงคู่รักพิการ“ตามองไม่เห็นแล้วยังไง!” หลัวชิงหลินตะโกน “พี่ซุนเหยียนออกจะน่ารักและเป็นคนดี ส่วนเรื่องตา ใช่ว่าเธอจะอยากมองไม่เห็นซะเมื่อไหร่!”“มองไม่เห็นอย่างงั้นเหรอ” ฉินเฉาบีบมือหลัวชิงหลินเบาๆ “เดี๋ยวฉันช่วยทั้งสองคนเอง”“คิดว่าตัวเองเป็นหมอฮัวโต๋หรือไง” หวังซูหงอดเบ้ปากไม่ได้ “น่าตลกจริงๆ”“แม่! พูดให้น้อยลงหน่อยจะได้มั้ย!” หลัวหยูเฟิงไม่อยากเห็นแม่และน้องเขยทะเลาะกัน เขาจึงรีบดึงแขนหวังซูหงไว้“ฮึ่ม! ตอนนี้ฉันไม่พูดก็ได้ เมื่อถึงเวลาฉันจะหัวเราะให้สะใจเลย! โอ้ขี้วัวนี่เหม็นจริงๆ!”หวังซูหงพ่นลมออกจมูก จากนั้นก็หยิบกระดาษออกมาปิดจมูกไว้ยังไงก็ตาม แม้ว่าหวังซูหงจะไม่เชื่อ แต่หลัวเจิ้นเทียนกลับมองไปที่ฉินเฉาด้วยความตกใจอย่างมากคนจากสาขาที่ 7 คนนี้ ไม่เพียงแต่ลึกลับเท่านั้น ยังไม่เห็นการรักษาต่างๆ เป็นเรื่องยากอีก?“ฉินเฉา” นี่เป็นครั้งแรกที่หลัวเจิ้นเทียนเรี