อโทษคุณแทนตระกูลหลัวด้วย หวังว่าคุณจะไม่เก็บมันมาใส่ใจ”“ไม่ พี่สะใภ้ คุณอย่าพูดราวกับเป็นคนนอก” ฉินเฉารู้ว่าตอนนี้ต้องเห็นแก่หน้าหลัวหยูเฟิง เขาจึงตัดสินใจถอยให้ก้าวหนึ่ง หมุนตัวไปพูดกับกู่รั่วอิง “คุณเป็นภรรยาของพี่ใหญ่ ถือว่าผมเป็นน้องอีกคน แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่พบกัน แต่ก็เหมือนพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันนาน ดังนั้นพี่สะใภ้ไม่จำเป็นต้องสุภาพ ผมคิดว่ามันดูห่างเหินเกินไป”“ใช่! ฉันพอใจน้องเขยคนนี้มาก!” เมื่อหลัวหยูเฟิงได้ยินคำนี้ เขารีบหันกลับมา พร้อมกับตบหน้าอกพูดเสียงดังว่า “หลินหลิน พี่ใหญ่รู้ว่าสายตาของเธอนั้นดีมาก น้องฉินคนนี้ เทียบกับไอ้เจ้าหานอะไรนั่นที่แม่หามา ดูดีกว่ามาก!”“คุณน่ะหุบปากไปเลย! กลับไปยืนที่เดิมเลยนะ!” กู่รั่วอิงถลึงตาใส่ราวกับหนูเจอแมว หลัวหยูเฟิงหดคอกลับไปยืนนิ่งติดกำแพงพร้อมกับเงียบปากลงนี่จึงจะเรียกว่าเชื่องเชื่อ“คุณชื่อว่าฉินเฉาใช่มั้ย วันนี้เป็นเราทำไม่ดีจริงๆ” กู่รั่วอิงยังคงพูดขอโทษฉินเฉาต่อ “ตราบเท่าที่ทำให้คุณยกโทษให้ได้ ถ้ามีอะไรที่เราพอจะทำได้ เราจะทำให้”“บอกมาว่าอยากได้อะไร” หวังซูหงพลันพูดต่อจากสะใภ้ของเธอ“บอกมาว่านายอยากได้อะไร ไม่ว่าอะไร ตระกูลหลัวของเราก็ให้นายได้”ท่าทางของเธอยังคงเย็นชาเช่นเดิม ฉินเฉาที่เพิ่งจะอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย ก็ต้องมาอารมณ์เสียอีก“หึหึ” เขาแสยะยิ้ม “ถ้าฉันต้องการหลินหลิน คุณจะให้มั้ย?”คำพูดนี้ ทำให้ทุกคนในห้องตอบสนองต่างกันหล