ผังฉีหวาดผวาจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง
ยามที่คนของพรรคเหยี่ยวครามบุกทะลวงสาขาหออี้ผิ่นพลาดท่า เขายังแอบปลอบใจตนเองว่าสถานที่แห่งนี้อาจมีขุมกำลังกระจุกตัวอยู่มากจนไม่อาจหักหาญ
ทว่าผู้นำสูงสุดแห่งหออี้ผิ่นกลับเร้นกายร่วมโต๊ะอาหารอยู่ห่างออกไปเพียงคืบหน้ามาเนิ่นนาน ความจริงข้อนี้ตอกย้ำชัดเจนว่าทุกความเคลื่อนไหวของพวกมันตกอยู่ในกำมือศัตรูอย่างเบ็ดเสร็จ
ขบคิดดูย่อมสมเหตุสมผล หากมิใช่ถูกซ้อนแผน ผู้ฝึกตนพรรคเหยี่ยวครามคงไม่ปราชัยย่อยยับในพริบตา ซ้ำร้ายยังมีขุมกำลังมหาศาลแห่แหนมาปิดล้อมสถานที่แห่งนี้จนมืดฟ้ามัวดิน
แม้จะมืดแปดด้านว่าแผนการรั่วไหลได้อย่างไร และเหตุใดฉื่อปี่จึงมาดักรออยู่ก่อน ทว่าสิ่งเดียวที่ผังฉีกระจ่างแท้แก่ใจคือ หากไม่อาจฝ่าวงล้อมหนีรอดไปได้ในเสี้ยววินาทีนี้ ชะตากรรมของเขาต้องจบเห่อย่างไม่อาจผุดเกิด
อาศัยปราณวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายปะทุขีดสุด เขาระเบิดพลังทะลวงหลังคาขึ้นไปในพริบตา หมายแหวกวงล้อมหนีตายให้เร็วที่สุด
ท่ามกลางเศษกระเบื้องและซากไม้หักพังปลิวว่อน ผังฉียังไม่ทันพ้นสู่ผืนนภาอาบแสงจันทร์ นัยน์ตากลับต้องเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา เมื่อประกายแสงสีแดงฉานขนาดมหึมาพุ่งทะลวงแสกหน้