ยกับการนั่งรถบัส เพราะว่าตอนที่เธอยืนรอรถบัส เธอไม่แสดงถึงสัญญาณแตกตื่น หรือกังวลอะไรเลย“ผู้จัดการหลี่ ทำไมคุณไม่ซื้อรถล่ะ?” ขณะที่พวกเขารอรถบัส ฉินเฉาก็ถามขึ้นมา “เมื่อคุณเป็นถึงผู้จัดการ การจะซื้อรถสักคันคงไม่ยากอะไรใช่มั้ยครับ ถ้าคุณซื้อรถนำเข้าไม่ไหว รถบ้านเราก็ยังโอเค”“ซื้อรถแล้วดียังไง?” หลี่เสวี่ยพูด “แต่ละเดือนต้องจ่ายเงินเพื่อดูแลมัน ยิ่งกว่านั้น ไม่เพียงมันไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังต้องถูกดูดติดอยู่กับที่เมื่อมีการจราจรติดขัด ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอากาศหนาวฉันคงขี่จักรยานไฟฟ้าไปแล้ว”“ว้าว ผู้จัดการหลี่เป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย…” ฉินเฉาถอนใจด้วยอารมณ์“ไม่จริง” หลี่เสวี่ยพูดเหตุผลที่แท้จริงออกมาเบาๆ “ฉันแค่ไม่มีเงิน”“เอิ่ม…” ฉินเฉาเอามือลูบจมูกอย่างขลาดๆ พูดไม่ออก“ไปกัน รถมาแล้ว!” ขณะที่ฉินเฉากำลังอาย รถบัสก็วิ่งเข้ามา รถบัสเก่าๆ คันนี้แล่นเข้ามาช้าๆ ส่งเสียงฟึดฟัด เหมือนกับคนแก่กลุ่มคนรีบขึ้นไป พุ่งใส่รถบัส ไม่มีใครอยากจะตกรถยังไงก็ตาม คนข้างในก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกันหลี่เสวี่ย ผู้จัดการหลี่ผู้ยิ่งใหญ่พร้อมด้วยส้นสูงของเธอ วิ่งไปที่รถบัสอย่างไว ฉินเฉาก็ตามหลังเธอไปติดๆแต่เพราะว่าผู้คนรอบๆ ก็เป็นเหมือนกันกับพวกเขา พยายามวิ่งไปที่รถบัส ฉินเฉาก็กลัวว่าคนจะชนหลี่เสวี่ย เขารีบใช้ลมปราณกั้นเป็นพื้นที่เล็กๆ รอบตัวเขาและหลี่เสวี่ยกลุ่มคนรู้สึกราวกับกำลังชนกับกำแพงที่มองไม่