ราะจนหัวสั่น “ฉันล่ะคิดว่าคนชื่อฉินเฉาเป็นสัตว์ประหลาดที่ไหน ตอนนี้ ฉันรู้แล้ว มันไม่มีอะไรไปมากกว่าไอ้หนุ่มหน้าขาว ฮ่าๆ ๆ!”เหล่านักเลงข้างหลังเขาระเบิดเสียงหัวเราะตาม ฉินเฉายิ้มอย่างคลุมเครือ“อะไร พวกแกรู้จักฉัน?”“แน่นอน จะไม่รู้จักได้ยังไง!” หลิวแหยพลันยิ้ม และพูดอย่างเย็นชา “ชื่อที่ยิ่งใหญ่ของแก นายท่านฉิน แพร่ออกไปทั่ว ในเมืองซู่หนานแกกล้าแม้แต่ทำร้ายนายน้อยฟาง ฟางหัว แล้วในเมืองตงชวน แกมีสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับมู่หรงเจียง และเริ่มสนิทสนมกับเขา”หลิวแหยพูด และพลันยกนิ้วโป้งให้ฉินเฉา จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ฉินเฉาและพูด “แต่จำไว้ ไม่ว่าแกจะเจ๋งยังไงในเมืองตงชวน แต่ในเมืองซู่หนานแห่งนี้ โดยเฉพาะถนนตะวันออก ฉัน หลิวแหย คุมที่นี่อยู่ มังกรต้องสยบ และเสือยังต้องหมอบ”“โอ้?” เมื่อได้ยินคำนี้ ฉินเฉายกคิ้วขึ้น และถามอย่างใจเย็น “งั้นฉันอยากจะรู้ว่าหลิวแหยมีคำแนะนำอะไร?”“หึหึ ฉลาดนี่ที่รู้จักขีดจำกัดตัวเอง” หลิวแหยคิดว่าฉินเฉาจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของเขา และพลันพูดอย่างพอใจว่า “นายท่านสีเลือกชื่อของแก เขาอยากได้ขาแกสองข้าง”“จะเป็นยังไง ถ้าฉันไม่ให้?” ตาของฉินเฉามีจิตสังหารวาบผ่าน แต่เขารีบซ่อนมันไว้“ถ้าไม่ให้ขา งั้นคงต้องเป็นชีวิตของแกแล้วล่ะ” ตาของหลิวแหยฉายจิตสังหารออกมา “ยอมรับชะตาซะ ในเมืองซู่หนานไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งของนายท่านสี เอาจริงๆ แล้ว แกสามารถมีชีวิตต่อได้ หลังจากทำร้ายนายน้อยฟางนั