ได้แต่อัดอั้นตันใจ ยืนโดดเดี่ยวอ้างว้างริมกระแสผู้คน
ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ มิได้มีเพียงผังจวิ่นที่เป็นทายาทตระกูลขุนนางบุ๋น ยอดฝีมือหนุ่มจากตระกูลหลวี่รีบนำโอสถวิเศษมากรอกปากบรรเทาอาการบาดเจ็บให้ผังจวิ่น ดึงสติมันให้ฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
ผังจวิ่นลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง ครั้นปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าตนถูกจ้าวหนิงอัดจนสลบกลางสายตาผู้คน ใบหน้าชราก็พลันแดงก่ำ
มันไม่สนความเจ็บปวดที่ปากและจมูก ความอับอายแล่นริ้วจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโทสะคลุ้มคลั่ง มันผุดลุกขึ้นสบถด่าพวกมือปราบว่าไร้น้ำยา ชี้นิ้วด่าทอว่าเหตุใดจึงไม่ยอมลงมือกับจ้าวหนิงเพื่อกอบกู้หน้าให้ที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงและแย่งชิงคดีกลับมา ช่างบัดซบสิ้นดี
พวกมือปราบโดนด่าทอจนต้องก้มหน้าเงียบงัน ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน จะให้พูดออกไปได้อย่างไรว่าไม่มีความกล้าพอจะต่อกรกับจ้าวหนิง อีกทั้งคนที่มีพลังรบสูงสุดอย่างผังจวิ่นยังร่วงในสองกระบวนท่า หากพวกตนพุ่งเข้าไปมีแต่จะแกว่งเท้าหาเสี้ยนเปล่าๆ
หลังคำรามด่าทออยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นพวกมือปราบเอาแต่ก้มหน้า ผังจวิ่นก็ปลอบใจตัวเองว่าสวะพวกนี้คงละอายใจจนลืมเรื่องที่ตนเสียหน้าไปแล้ว ความคิดนี้ทำให