สดับคำ ผังจวิ่นหัวใจดิ่งวูบ ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์จนถึงขีดสุด
คดีเลือดกลางท่าเรือที่มีผู้บำเพ็ญเพียรเข้ามาพัวพัน ทั้งที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงและกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองย่อมมีสิทธิ์ชำระความ
พวกมันวางหมากรัดกุม หมายชิงคดีนี้มาไว้ในมือที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง เพื่อเบิกทางให้การยึดอำนาจตระกูลจ้าวในภายภาคหน้าดำเนินไปอย่างแยบยล
การแตกหักซึ่งหน้าย่อมเป็นไปไม่ได้ หากเปิดศึกแย่งชิง เปลวเพลิงย่อมลุกลามถึงเบื้องบน ยามนั้นหากจ้าวเสวียนจีและสวีหมิงหล่างงัดข้อกัน คงไม่แคล้วต้องไปสาดน้ำลายหน้าเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้
หากจ้าวเสวียนจีตอกกลับด้วยความแข็งกร้าว ภายใต้ดุลอำนาจระหว่างขุนนางบุ๋นและบู๊ยามนี้ ต่อให้เป็นสวีหมิงหล่างก็ไม่อาจใช้อำนาจกดหัว หรือชี้เป็นชี้ตายได้ด้วยวาจาเพียงประโยคเดียว
แม้สวีหมิงหล่างอาจกำชัยในท้ายที่สุด ทว่าเพียงยื้อเวลาได้สักสองสามวัน ตระกูลจ้าวย่อมไหวตัวทันและพลิกกระดานตั้งรับได้ทันท่วงที
เมื่อศึกเบื้องบนไม่อาจเผด็จศึก ย่อมต้องแทงทะลุจากเบื้องล่าง การยืมมือ ‘เจตนารมณ์ราษฎร’ มาชิงสิทธิ์ไต่สวน ย่อมเป็นกระบี่ที่รวดเร็วและเฉียบขาดที่สุด
ขอเพียงเพลิงแค้นมวลชนปะทุและไร้ซึ่งความเชื่อมั่นในกองบัญชา