จ้าวหนิงตวัดตัวขึ้นหลังม้า ทหารลาดตระเวนเมืองคุมขบวนคนตระกูลจ้าวและเถ้าแก่เรือเดินฝ่าวงล้อมฝูงชน ชาวบ้านเบื้องหน้าต่างรีบหลบทางให้อย่างรู้ความ คลื่นมนุษย์สองข้างทางถอยร่นเงียบเชียบ เปิดทางสะดวกแก่ขบวน
ท่ามกลางความเงียบงัน กลับแผ่ซ่านด้วยรังสีอำมหิตเย็นเยียบ
บางคนเดินตามขบวนไป บางคนแม้ค้างคาใจทว่าไม่อาจทิ้งงานหลัก จึงจำต้องสลายตัวกลับไปทำหน้าที่ของตน
ทว่าผู้อาวุโสบางคนยังพะว้าพะวงถึงผลลัพธ์คดี พวกเขาพากันสบถด่าพลางกำชับคนหนุ่มที่วิ่งตามขบวนไป ให้เบิกตาดูให้ดี จดจำการไต่สวนทุกกระเบียดนิ้ว แล้วนำมาเล่าให้ฟัง
มือปราบจากที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงถูกเบียดกระเด็นไปอยู่ริมทาง ไร้ผู้ใดเหลียวแล
พวกกรรมกรแบกหามที่เมื่อหลายเดือนก่อนยังต้องคอยประจบสอพลอ บัดนี้ยามเดินผ่านหน้าพวกมันกลับยืดอกเชิดหน้าก้าวเดินอย่างองอาจ แฝงความทะนงตนเพราะถือว่ามีขั้วอำนาจหนุนหลัง
คนเหล่านั้นตระหนักดีว่าบัดนี้มีกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองคอยคุ้มกะลาหัว ขุนนางที่ว่าการเมืองถูกจ้าวหนิงซัดหมอบกระแตกลางลานกว้าง มือปราบต๊อกต๋อยยิ่งไม่อาจเทียบชั้นทหารลาดตระเวน ย่อมไม่มีหน้ามาข่มเหงรังแกพวกตนได้อีก
เหล่ามือปราบแห่งที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง