เธอเก็บปืนไว้ที่ซองข้างเอว“ก็ได้ เรากินกันก่อน! หลังจากนี้ นายก็ไปกับฉัน!”พร้อมกันนั้น เธอก็ลูบท้องที่ว่างของเธอ และเดินเข้าไปในร้านฉินเฉาตามไปข้างหลังโดยไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี โอ้ พระเจ้า นี่มันอะไรกัน! ทำไมผมถึงไม่มีช่วงเวลาสงบสุขเลย!?เพียงแค่อยากกินบะหมี่สักชาม แต่กลายเป็นว่า เขากลับวิ่งมาชนกับตำรวจสาวนอกรีต สามารถพูดได้ว่าบุคลิกของฉินเฉานั้น ดีที่สุดอย่างแน่นอน“เชิญครับ” เมื่อเขาเดินเข้าไปในร้าน เขาพบว่า มันไม่ได้ใหญ่ มันมีแค่ 6 – 7 โต๊ะ เมื่อเห็นคนเข้ามา เจ้าของร้าน ลุงวัยกลางคนท่าทางใจดีก็รีบเข้ามาใกล้และทักทายพวกเขา“โปรดนั่งก่อน เอิ่ม….” เจ้าของร้าน เมื่อเห็นประกายของกุญแจมือบนข้อมือของฉินเฉาและเจ้าหน้าที่ตำรวจสาว พลันแข็งค้างไปชั่วขณะ“นี่อะไร…”“คดีตำรวจ” อ้ายเสี่ยวเสวี่ยพูดประโยคนี้อย่างใจเย็น ดึงฉินเฉาไปกับเธอ หาที่นั่งและจากนั้นก็นั่งลง เวลานี้ไม่ใช่เวลาอาหาร ฉะนั้น ข้างในร้าน นอกจากเจ้าของร้าน และพนักงานสองคน ก็มีแค่ฉินเฉาและสองสาว“เฮ้ ไม่ใช่ว่านี่เป็นหลี่นาน้อยหรอกเหรอ? ทำไมเธอมากินดึกขนาดนี้ล่ะ?” ดูเหมือนว่า เจ้าของร้านจะคุ้นเคยกับนักเรียนจากโรงเรียนหลี่นา โดยเฉพาะ เมื่อหลี่นามักจะมากินที่นี่ประจำ ฉะนั้น เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้จักเธอ“เอ่อ หนูพาเพื่อนมากิน…” เมื่อเห็นกุญแจมือบนข้อมือของทั้งสองคน หลี่นาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร“เถ้าแก่ ที่นี่มีอะไรบ้าง” อ้ายเสี่ยวเสวี่ยร