าวจะกระทำสิ่งใดพักไว้ก่อน ทว่าสวะที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงล้วนไร้น้ำยา เรื่องนี้คนทั้งเมืองต่างรู้แจ้งแก่ใจ หากมิใช่เพราะพวกมันมัวแต่นั่งดูดาย ตระกูลหลิวคงไม่อาจเข่นฆ่าผู้คนเป็นผักปลามาได้เนิ่นนาน”
เขารู้จักขุนนางหนุ่มเบื้องหน้าเป็นอย่างดี ผังจวิ่น ทายาทตระกูลขุนนางบุ๋นสกุลผัง ผู้เพิ่งเข้ารับตำแหน่งแทนหลิวจื้ออู่เมื่อไม่นานมานี้
นับแต่ผังจวิ่นสวมหมวกขุนนาง มันมักพามือปราบออกกร่างตามท้องถนน คอยปะทะคารมขัดขวางคนของกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองอยู่เนืองนิจ มิใช่เพิ่งเกิดเพียงวันสองวัน
ปลายปีที่ล่วงมา ที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงถูกกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองเหยียบย่ำจนจมดิน พวกมันย่อมไม่ยินยอมสูญเสียอำนาจปกครองไปโดยง่าย เพื่อพลิกกระดาน ภายใต้การหนุนหลังของขุนนางบุ๋น พวกมันทุ่มเงินกว้านซื้อยอดฝีมือหน้าใหม่เข้ามามากมาย และผังจวิ่นคือหนึ่งในหมากที่โดดเด่นที่สุด
“จ้าวจงฉีช่างปากคอเราะร้ายนัก วันนี้ข้าอยากเห็นเต็มทน คนของตระกูลจ้าวเข่นฆ่าผู้คนกลางแจ้งต่อหน้านับร้อยสายตา เจ้าจะใช้ลิ้นตวัดล้างมลทินให้พวกมันเช่นไร” ผังจวิ่นแสยะยิ้มอำมหิต
มันลำพองใจถึงขีดสุด ปรารถนาจะชมงิ้วโรงใหญ่เร็วๆ จึงคร้านจะต่อล้อต่อเถียงเอ